ออกไปปฏิบัติภารกิจแล้วไม่ได้บอกหรือว่านานแค่ไหนถึงจะกลับมา”
“ไม่ได้บอก แต่น่าจะใกล้กลับมาแล้ว” ผู้อาวุโสเหมยว่า ก่อนจะพูดต่อ “ช่วงนี้ฉินซินผู้นั้นฝึกฉินอยู่ที่หลังเขาตลอด คล้ายกับก้าวหน้าไปมาก คุณหนูอยากให้เรียกนางมาพบหน่อยหรือไม่”
“ที่บ้านมีคนอยู่ไม่เท่าไหร่ เจ้าบอกนางเถอะ! ให้นางไปกินข้าวด้วยกันเย็นนี้” พูดพลางมองเขา “เจ้าก็ไปด้วยกัน”
ได้ยินดังนั้นผู้อาวุโสเหมยก็ลูบศีรษะล้านของตน “ข้าไม่ไปดีกว่า พวกเจ้าไปเถอะ! ข้าจะอยู่เฝ้าจวนเอง” คนศีรษะล้านอย่างเขาไม่ออกไปเผยตัวต่อหน้าผู้คนจะดีกว่า
สองคนคุยกันไปพลาง เดินไปพลาง ไม่นานก็มาถึงกลางลาน พอเฟิ่งจิ่วมองเห็นเด็กชายที่เซวียนหยวนโม่เจ๋ออุ้มอยู่พร้อมมือที่พันผ้าพันแผลไว้ นางก็มุ่นคิ้วทันที “บาดเจ็บหรือ”
“ไม่เป็นไร เมื่อครู่วิ่งเล่นไม่ระวังจึงล้มบาดเจ็บ เหลิ่งซวงช่วยเขาใส่ยาแล้ว เจ้าตำหนักยมราชก็ช่วยเขาพันแผลเช่นกัน กลายเป็นเช่นนี้” พูดถึงตรงนี้แล้วเขายกยิ้มขึ้น
“ท่านแม่!”
เดิมทีเซวียนหยวนโม่เจ๋อกำลังอุ้มเด็กชายอยู่ พอเห็นเฟิ่งจิ่วกลับมา เขาก็ไถลตัวลงมาด้วยความตื่นเต้นระคนยินดี ก้าวขาสั้นๆ วิ่งไปหานาง
เฟิ่งจิ่วยิ้มออกมาเช่นกัน เดินไปข้างหน้าแล้วอุ้ม