งครึ่งหนึ่งกลับถูกเขาปัดออกอย่างแผ่วเบา ทั้งร่างกายลอยขึ้นก่อนตกลงบนเตียงนุ่ม นางยังไม่ทันเอ่ยปาก เสียงกังวานเป็นพิเศษของจวินเจวี๋ยซางก็ดังขึ้น
“ผีที่วิญญาณไม่สงบ”
หวันเหยียนเชียนหวาได้ยินแล้วก็หัวเราะออกมาเสียงเบา “ใครบอกว่าข้าเป็นผี ข้าเป็นเพียงวิญญาณ” พูดแล้วนางชำเลืองดวงตาคู่งาม ถามขึ้นว่า “เจ้ากระบี่เริงรมย์ เหตุใดข้าจึงกลับร่างของข้าไม่ได้”
“เจ้าเป็นคนตระกูลหวันเหยียนหรือ” เขาลุกขึ้นแล้วหมุนกาย เดินไพล่หลังไปทางเตียงนุ่มก่อนหยุดอยู่ตรงหน้าหวันเหยียนเชียนหวา
ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่ได้เล่าถึงตระกูล เขากลับรู้ชัดเจนแม้เพียงมองปราดเดียวอย่างนั้นหรือ หวันเหยียนเชียนหวาตาเป็นประกาย ยิ้มน่ามองพลางกล่าว “เจ้ากระบี่เริงรมย์หลักแหลมจริงๆ เดาเพียงครั้งเดียวก็เดาถูกแล้ว” จากนั้นนางลุกขึ้นจากเตียง ยืนอยู่ตรงหน้าเขาด้วยท่าทางไร้เรี่ยวแรง ทว่าคารวะเขาอย่างจริงจังครั้งหนึ่ง
“หวันเหยียนเชียนหวาขอบคุณเจ้ากระบี่เริงรมย์ที่ช่วยชีวิต”
นางรู้ว่าหากเขาไม่ช่วยนาง ตอนนี้นางอาจตายไปแล้วก็ได้ อืม แม้ตอนนี้จะเหมือนกับกึ่งเป็นกึ่งตาย แต่ก็ช่วยไม่ได้เช่นกัน
จวินเจวี๋ยซางมองนาง สายตานิ่งสงบไร้ระลอกคลื่น สีหน้า