ข้าจะกตัญญูต่อท่านยิ่งกว่าซื่อเชวียและมู่ซินแน่นอน”
เฟิ่งจิ่วเลิกคิ้ว ชำเลืองมองสองคนนั้นครั้งหนึ่ง “ข้าไม่ขาดศิษย์ ผู้อาวุโสทั้งสองอย่าพูดเล่นเลย”
“เอ่อ…”
สองคนยังคิดอยากพูดอะไรอีกหน่อย แต่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวดังมาจากพวกซื่อเชวีย เมื่อมองไปตรงนั้นก็เห็นพวกเขาปล่อยปราณออกมาคำหนึ่ง คล้ายกับทำพันธสัญญากับสัตว์เทวะระดับเก้าสองตัวสำเร็จแล้ว บาดแผลบนกายฟื้นฟูเล็กน้อย
ซื่อเชวียและมู่ซินประคองกันลุกขึ้นยืน พวกเขามองเฟิ่งจิ่วแล้วคุกเข่าให้นาง คำนับยกใหญ่ “ขอบคุณอาจารย์ที่ช่วยเหลือ ขอบคุณอาจารย์ที่มอบสัตว์เทวะให้”
บุญคุณช่วยชีวิตดุจมอบชีวิตใหม่ บุญคุณมอบสัตว์เทวะให้ยิ่งใหญ่ดุจภูผา พวกเขาไม่มีวันลืมเลือนไปตลอดชีวิต
พวกเขามองผู้อาวุโสสองคนคราหนึ่ง แม้ว่าเมื่อครู่นี้พวกเขาจะกำลังทำพันธสัญญากับสัตว์เทวะอยู่ ทว่าก็ได้ยินคำพูดของทั้งสองคนเช่นกัน คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าใบหน้าของพวกเขาจะหนาได้ถึงขนาดนี้ กล้าขอเป็นศิษย์ของอาจารย์พวกตนเลยหรือเนี่ย คิดจริงๆ หรือว่าอาจารย์จะรับใครก็ได้เป็นศิษย์
จำต้องพูดว่าพวกเขารู้สึกไม่พอใจ มีความรู้สึกเหมือนถูกผลักไปอยู่มุมห้อง
เห็นสายตาที่มองมาจากซื่อเชวียและมู่ซินแล