้ว
“จะกินก็มาหั่นเอง กินอิ่มแล้วรีบพักผ่อนให้เต็มที่เล่า” เฟิ่งจิ่วบอก ก่อนจะสั่งอสูรน้อยสองตัวไปเฝ้าระวังอยู่รอบๆ ส่วนนางก็มานั่งกินเนื้อย่างอยู่ข้างกองไฟ
หลังจากทำแผลเสร็จ ทั้งสามคนก็ฉีกเนื้อย่างกินอย่างเอร็ดอร่อย ท่ามกลางท้องฟ้ายามค่ำคืน พวกเขานั่งล้อมรอบกองไฟ บางคนก็นั่งพิงต้นไม้เพื่อพักผ่อน กระทั่งเช้าตรู่ของวันต่อมา ฟ้า าเพิ่งสว่าง ชายหนุ่มทั้งสามที่กำลังหลับสบายอยู่ก็ถูกปลุกให้ตื่น เพื่อมุ่งหน้าไปยังเป้าหมายต่อ
ด้วยพลังของพวกเขา สามารถฝ่าผ่านฝูงสัตว์ร้ายที่อยู่ตรงตีนเขา หลบเลี่ยงอันตรายที่อยู่ในป่าได้อย่างสบาย จนมาถึงหน้าผาแห่งนั้นในที่สุด
เฟิ่งจิ่วเงยหน้ามอง เห็นว่าจุดที่พวกเขากำลังยืนอยู่เป็นพื้นที่กึ่งเนินเขา และอีกด้านหนึ่งของหน้าผา เมฆหมอกลอยคลอเคล้า ทำให้ไม่สามารถมองเห็นก้นเหวได้
“พวกเจ้ารอข้าอยู่ตรงนี้ก็แล้วกัน!” นางหันไปกำชับสามคนข้างหลัง
“ระวังตัวด้วย” ทั้งสามเอ่ย พวกเขาไม่ได้ตามนางไป
สิ้นเสียงก็เห็นนางเขย่งปลายเท้า เหินตัวขึ้นไปเหยียบเมฆ มุ่งหน้าไปยังสันเขาของหน้าผาแห่งนั้น เหลือเจ้าอสูรตัวน้อยทั้งสองไว้คุ้มครองพวกเขา
เจ้าอสูรตัวเมียเห็นเฟิ่งจิ่วเคลื่อนตัวห่างออกไป ก็หันมามองเจ