ับทิ้งห่างออกไปไกลแล้ว เขาสงสัยว่านางคิดจะทำอะไร แต่เพราะสัตว์เทวะที่ไล่ตามมายากจะรับมือ เขาจึงทำได้แค่พาลูกศิษย์ที่เหลือวิ่งต่อไป
เฟิ่งจิ่วย้อนกลับมาด้านหลังสุด นางค่อยๆ ชะลอฝีเท้าและมองไปข้างหลังนั่น ก่อนจะยกยิ้มอย่างดีใจ อสูรกลืนเมฆาจริงด้วย หนำซ้ำยังเป็นตัวเมียที่มีพลังสูงถึงระดับเจ็ดอีกต่างหาก
เฟิ่งจิ่วกระหยิ่มยิ้มย่องขณะเตรียมลงมือ ในเวลาเดียวกันก็ใช้จิตสื่อสารกับเจ้ากลืนเมฆาที่อยู่ในห้วงมิติว่า ‘ข้างนอกนี้มีอสรูกลืนเมฆาอีกตัว เป็นสัตว์เทวะระดับเจ็ด ที่สำคัญเป็นตัวเมียด้วย เจ้าจะออกมาดูหน่อยหรือไม่? อยากกำราบมันด้วยตัวเองรึไม่?’ โชคดีที่เขตต้องห้ามทลายลงแล้ว ใม่เช่นนั้นสัตว์พันธสัญญาคู่ชีวิตของนางคงออกจากห้วงมิติไม่ได้
เจ้ากลืนเมฆาที่นอนหมอบอย่างเกียจคร้านอยู่ในห้วงมิติ พลิกตัวอย่างเอื่อยเฉื่อยเล็กน้อย “นายท่าน ข้าไม่สนใจหรอก”
“ออกมาดูหน่อย บางทีเจ้าเห็นแล้วอาจจะสนใจก็เป็นได้” เฟิ่งจิ่วเกลี้ยกล่อม นางสะบัดแขนเสื้อ พาเจ้ากลืนเมฆาออกมาจากห้วงมิติ
ประกายแสงวาบผ่าน เจ้ากลืนเมฆาปรากฏตัวข้างกายนาง สัตว์เทวะตัวเมียที่กำลังวิ่งทะยานมาทางนี้เห็นเข้าพลันชะงักงัน มันเห็นสัตว์เทวะตัวผู้รูปร่างองอ