แล้ว จึงบิดขี้เกียจ ก่อนจะนั่งพิงต้นไม้อย่างเกียจคร้าน
“มู่จิ่ว ขอบใจเจ้าที่ช่วยข้าไว้” ปี้ข่ายจือขอบคุณเฟิ่งจิ่วที่อยู่บนต้นไม้
เฟิ่งจิ่วกระโดดลงมา ตอบว่า “ไม่ต้องขอบคุณ แค่เรื่องเล็กน้อย ใช่แล้ว แผลที่ขาของเจ้าถึงเวลาเปลี่ยนยาแล้ว อวี่ซือ เจ้าเปลี่ยนยาให้เขาหน่อยก็แล้วกัน!” เฟิ่งจิ่วหันไปบอกหลินอว วี่ซือที่อยู่ข้างๆ
“ได้” หลินอวี่ซือรับคำ ก่อนจะแกะผ้าพันแผลที่ขาของเขา
“มู่จิ่ว เช้านี้กินเนื้อย่างที่เหลือจากเมื่อคืน ให้เจ้าหนึ่งชิ้น” มู่หลิงยื่นเนื้อมาให้หนึ่งชิ้น
“ไม่ล่ะ พวกเจ้ากินเถอะ! ข้าไม่หิว” นางส่ายหน้าปฏิเสธ ขณะที่ในใจก็ครุ่นคิดว่าเอ็นวิญญาณนิลพันปีอยู่ที่ใดกันนะ? หากต้องควานหาไปทั่วผืนป่ากว้างใหญ่เช่นนี้ คงมีโอกาสริบหรี่เกิ นไป
ขณะที่กำลังคิด นางก็หันไปถามคนอื่นๆ “พวกเจ้าเคยได้ยินเรื่องของเอ็นวิญญาณนิลพันปีหรือไม่?”
ทุกคนได้ยินก็นิ่งไป โดยเฉพาะมู่หลิง เผยจื่อเซวียนและหลินเฉิงจิ่น พวกเขามองหน้ากันแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปถามว่า “เจ้าตามหาเอ็นวิญญาณนิลพันปีอยู่หรือ?”
ที่แท้นี่คือเหตุผลที่เขาเข้ามาที่นี่เองหรือ?
“อืม” เฟิ่งจิ่วพยักหน้า ถามว่า “เคยได้ยินหรือไม่ว่าอยู่ในป่าผืนใด?”
“เจ้าถามถูกคนแล้ว