คองเขาให้ลุกขึ้นมานั่ง ก่อนหยิบน้ำมายื่นให้ “ดื่มน้ำสักหน่อยก่อนเถอะ!”
ปี้ข่ายจือรับไปดื่มสองสามคำ จากนั้นเขาถลกขากางเกงขึ้นมาดู ตรงนั้นถูกพันไว้อย่างดี และนอกจากรู้สึกอ่อนแรงและเหนื่อยล้าเล็กน้อยแล้ว ร่างกายของเขาก็เหมือนจะไม่ได้มีตรงไหนผ ผิดปกติอีก
“ข่ายจือ เจ้าฟื้นก็ดีแล้ว”
เผยจื่อเซวียนเดินมาหาพร้อมกับรอยยิ้ม “เจ้าทำให้พวกข้าตกใจแทบตาย โชคดีที่ไม่เป็นอะไร ใช่สิ นี่เป็นของที่แบ่งไว้ให้เจ้า เจ้ารับไว้เถอะ อีกเดี๋ยวกินอะไรสักหน่อย พวกเรายังต้อง งออกเดินทางเข้าไปข้างในต่ออีก”
เผยจื่อเซวียนมอบหนังมังกรหนังเหล็กผืนหนึ่งและของที่เป็นส่วนของอีกฝ่ายให้เขา
ปี้ข่ายจือมองไปที่ของเหล่านั้น เขาตะลึงเล็กน้อย “พวกเจ้าฆ่ามังกรหนังเหล็กตัวนั้นแล้วหรือ?”
“ไม่ใช่พวกเราหรอก เป็นมู่จิ่วต่างหาก” เผยจื่อเซวียนบอก ก่อนจะเล่าให้เขาฟัง
ปี้ข่ายจือที่ฟังจนจบอึ้งค้าง เขาเงยหน้ามองมู่จิ่วที่นอนอยู่บนต้นไม้ใหญ่ ลึกๆ ข้างในตะลึงงัน เขาร้ายกาจถึงเพียงนั้นเชียวรึ? หากร้ายกาจขนาดนั้น เหตุใดอาจารย์ทั้งสองถึงยังฝา ากฝังให้พวกเขาดูแลอีก?
เฟิ่งจิ่วพลิกตัวบนต้นไม้ นางหาวหวอดจากนั้นก็ขยี้ตา ครั้นแหงนหน้ามองท้องฟ้าก็พบว่าสายมาก