ลซึ่งกันและกันอยู่แล้ว ตอนนี้เจ้าตัวคนเดียว อย่างนั้นก็ไปกับพวกเราเถอะ!”
ลูกศิษย์คนนั้นเผยรอยยิ้มดีใจ หน้าตาซาบซึ้ง “ข้ารู้จักพวกเจ้า พวกเจ้าเป็นศิษย์ของผู้อาวุโสซื่อเชวียกับผู้อาวุโสมู่ซิน ข้าชื่อเจิ้นไห่ เป็นลูกศิษย์ของผู้อาวุโสอีเจิน”
“มู่จิ่ว ต้องใส่อะไรในน้ำแกงหรือไม่? ข้าไม่มีเครื่องปรุงที่จะใส่ในน้ำแกง” หลินเฉิงจิ่นจัดการทำความสะอาดงู จากนั้นก็หั่นเป็นชิ้นๆ นำไปต้มในหม้อ ก่อนจะหันมาถามเฟิ่งจิ่ว
“ข้ามี ประเดี๋ยวข้าปรุงเอง” เฟิ่งจิ่วตอบ ก่อนจะเดินไปช่วย
ท้องฟ้าเริ่มมืด อากาศในป่ายามราตรีหนาวเย็นลงอย่างรวดเร็ว ทุกคนนั่งล้อมวงกินเนื้อย่างซดน้ำแกงงูอยู่รอบกองไฟ พลางพูดคุยกันไป ให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไปไม่น้อย
เพียงแต่ พอเห็นปี้ข่ายจือที่ยังคงไม่ได้สตินอนอยู่ตรงนั้น พวกเขาก็อดกังวลไม่ได้ จึงหันไปถามเฟิ่งจิ่ว “มู่จิ่ว ข่ายจือจะฟื้นเมื่อใดหรือ? อาการของเขายังฝึกฝนในนี้ต่อไปได้หร รือไม่?”
เฟิ่งจิ่วที่กำลังกินเนื้อย่างได้ยินคำถามก็กลืนเนื้อลงท้อง ก่อนตอบว่า “พรุ่งนี้ก็ฟื้นแล้ว ไม่ต้องห่วง แก้พิษให้เขาได้แล้ว ย่อมไม่มีปัญหาอะไรแล้วล่ะ”
ได้ยินเขาพูดย้ำเช่นนี้ ทุกคนจึงพยักหน้า ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว หากเกิดเ