ะสิ!” กัวจื่อฉีพยักหน้า หันไปมองลำธาร ก่อนพูดขึ้นอีกว่า “ลำธารเส้นนี้ก็ไม่ได้เล็กมาก อาบน้ำได้ไม่มีปัญหา”
“อย่างนั้นเจ้าอาบก่อน เจ้าอาบเสร็จข้าค่อยมา” นางบอก
กัวจื่อฉีมองเขาแปลกๆ “ก็อาบด้วยกันสิ! ผู้ชายด้วยกันจะกลัวอะไร?”
เฟิ่งจิ่วมุมปากกระตุก ยิ้มบอกว่า “ข้าไม่ค่อยชินนัก”
เห็นท่าทางเขาเหมือนไม่คิดจะถอดเสื้อผ้า กัวจื่อฉีจึงครุ่นคิดก่อนบอกว่า “อย่างนั้นเอาเช่นนี้! เจ้าอาบก่อน ข้าไปดูต้นทางให้เจ้า เผื่อมีสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยผ่านมา”
“ดี” เฟิ่งจิ่วไม่ปฏิเสธ นางตอบตกลงทันที ครั้นเขาเดินออกไปไกลหลายจั้ง นางก็วางค่ายกลรอบๆ ก่อนจะถอดเสื้อผ้าและอาบน้ำด้วยความเร็ว นางล้างกลิ่นคาวเลือดที่ติดอยู่บนตัว รวมถึง งชะล้างความเหนื่อยล้าทั้งหมดออกไปด้วย
กัวจื่อฉีไม่ได้ยินเสียง และไม่เห็นเงาร่างของมู่จิ่วที่ลำธารสายนั้นจึงรู้สึกประหลาดใจ เขาเดินกลับไปสองสามก้าว ชะโงกหน้าเข้าไปเรียก “มู่จิ่ว?”