กเจ้าอย่าไปไกลนัก หาอยู่แถวๆ นี้ก็พอ” มู่หลิงตะโกนมา
“ได้” ทั้งสามขานรับ หลังจากขุดยาทิพย์จำนวนหนึ่งที่อยู่แถวนี้จนหมด ก็เดินไปนั่งพัก
เฟิ่งจิ่วเอาน้ำออกมาดื่ม ก่อนจะสัมผัสได้ว่าทุกคนจ้องมาที่นาง จึงยิ้มถามว่า “มีอะไรหรือ?”
“เหตุใดเจ้าดูไม่เหนื่อยเลยสักนิด?” กัวจื่อฉีถามอย่างฉงน ผ่านการต่อสู้กับฝูงงู กอปรกับวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิง ซ้ำยังตื่นตัวตลอดเวลา พวกเขาแทบหายใจไม่ทัน แต่มู่จิ่วกลับยังดูปกติ ไม่มีกระทั่งเหงื่อสักเม็ด หนำซ้ำยังมีแรงออกไปเก็บสมุนไพรอีก ไม่เข้าใจเลยจริงๆ
เฟิ่งจิ่วหัวเราะเบาๆ “ข้าแรงดี ฉะนั้นจึงไม่เหนื่อย”
“หมายความว่าพวกข้าทุกคนที่นี่แรงดีไม่สู้เจ้าหนูน้อยอย่างเจ้าเช่นนั้นหรือ?” ชายแซ่เฉินพูดหยอก ก่อนพูดกับเฟิ่งจิ่วว่า “เจ้าตัวเล็กจนเหมือนลมจะพัดปลิวได้ ยังกล้าบอกว่าแรงดี แต่ดูจากที่เจ้ายังไม่หอบเลยตั้งแต่เมื่อครู่จนถึงตอนนี้ ไม่แน่เจ้าอาจแรงดีกว่าพวกข้าจริงๆ ก็เป็นได้”
ทุกคนหัวเราะ หลังจากพักที่นี่ครู่หนึ่ง ต่างก็ลุกขึ้นยืน “อย่างนั้นพวกเราเดินหน้ากันต่อเถอะ! พยายามเคลื่อนไหวให้เงียบที่สุด ถึงแถบนี้จะมีสัตว์ดุร้ายอะไรอยู่ ก็อย่าไปทำให้มัน นแตกตื่นจะดีที่สุด”
“อืม” ทุกคนรับคำ ก่อ