อาสมุดบันทึกสิ งที่พวกเขาร้องขอมาให้ข้า”
“ขอรับ” เหลิ่งหวารับคำ ครั้นเห็นว่าเฟิ่งจิ่วไม่ได้กำชับสิ่งใดเพิ่มเติมอีก จึงถอยออกไป
“เหลิ่งซวง เจ้าว่าฉินซินเป็นอย่างไรบ้าง?” เฟิ่งจิ่วหันไปมองเหลิ่งซวงที่อยู่ด้านหนึ่ง ก่อนจะยิ้มและถาม
“สายตาของนายท่านไม่ผิดพลาดแน่นอนอยู่แล้ว” นางเชื่อใจนายท่านมาเสมอ เชื่ออย่างไร้เงื่อนไข ไม่ว่านายท่านทำสิ่งใด หรือนายท่านพาใครกลับมา ล้วนต้องมีประโยชน์ทั้งสิ้น
“อย่าเอาแต่ยืนอยู่เลย นั่งลงเถอะ!” เห็นนางยืนอยู่ตลอด เฟิ่งจิ่วจึงสั่งให้นางนั่งลง
เหลิ่งซวงเดินมานั่งข้างๆ ในอ้อมแขนอุ้มห้าวเอ๋อร์น้อยที่ค่อยๆ งีบหลับไป
“ฝีมือการดีดพิณของนางไม่เลว ข้าตั้งใจจะ…” เฟิ่งจิ่วคุยกับเหลิ่งซวงในเรือน บอกถึงสิ่งที่นางตั้งใจจะทำต่อจากนี้ แม้คนข้างกายมีมากมาย และนางก็เชื่อใจพวกเขามาก แต่สำหรับนาง สองพี่น้องเหลิ่งซวงและเหลิ่งหวากลับแตกต่างออกไป
ถึงแม้จะมีคนข้างกายเพิ่มขึ้นอีกมากมายแค่ไหน ก็ไม่มีทางแทนที่ตำแหน่งของสองคนนี้ในใจนางได้
และพวกเขาเองก็เหมือนจะรู้ ฉะนั้นเมื่อเฟิ่งจิ่วรับใครมาไว้ข้างกาย พวกเขาจึงเพียงลอบสังเกตพฤติกรรมของคนเหล่านั้นเงียบๆ เพราะพวกเขากลัวว่าคนเหล่านั้นจะทำร้ายนา