ง
ทว่า แม้จะเป็นห่วง แต่ในใจกลับเชื่อมั่นในสายตาของเฟิ่งจิ่ว เพราะไม่เคยเกิดเรื่องผิดพลาดใดมาก่อน
ยามค่ำ คนในจวนเฟิ่งนั่งล้อมวงอยู่ด้วยกัน บนโต๊ะจัดวางไว้ด้วยสุราอาหาร พวกเขากินไป ดื่มไป พูดคุยกันไปด้วย โดยเฉพาะหวันเหยียนสิบสาม เขาเหมือนเจ้าหนูจอมสงสัยที่ชอบมีคำถามแ แปลกๆ ผุดขึ้นมาอยู่เรื่อย
“เฟิ่งจิ่ว เหตุใดจวนนี้ชื่อจวนเฟิ่ง? ไม่ใช่จวนเซวียนหยวน?”
“เฟิ่งจิ่ว เซวียนหยวนผู้นั้นวางใจไปกักตัวฝึกตนเช่นนี้ได้อย่างไร? เขาสงบใจกักตัวฝึกตนได้ด้วยหรือ?”
“เฟิ่งจิ่ว พลังของเขาแข็งแกร่งกว่าเจ้าใช่หรือไม่?”
“พวกเจ้ารู้จักกันได้อย่างไร? เขาเกี้ยวพาเจ้าก่อน? หรือเจ้าชอบเขาก่อน?”
“เขาจะต้องเป็นชายรูปงามแน่ๆ ใช่หรือไม่? ไม่อย่างนั้นเจ้าคงไม่ชายตามอง”
“ฮ่าๆๆ ข้างกายของเขามีหญิงงามมากหรือไม่? เจ้าไม่ต้องช่วยเขาจัดการหญิงงามพวกนั้นให้เรียบร้อยหรือ?”
ความครึกครื้นในค่ำคืนนี้ ปิดฉากลงด้วยการซุบซิบนินทาที่เกิดจากความสงสัยของหวันเหยียนสิบสาม เมื่อฟ้าเริ่มมืดลงเรื่อยๆ ทุกคนก็พากันแยกย้ายไปพักผ่อน ครั้นเฟิ่งจิ่วกลับถึงห้อง งด้วยอาการกรึ่มๆ จากการดื่มสุรา นางรับรู้ได้ทันทีที่เข้ามาว่ามีกลิ่นอายของใครอีกคนอยู่ในห้อง
นางตะลึง