อนจะกล่าวเสียงขรึมว่า “หากเจ้าใช้พลังชีวิตมากเกินไปจะส่งผลเสียต่อตนเอง หนำซ้ำร่างกายของเจ จ้า…”
“ไม่เป็นไร ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ลุกขึ้นนั่งดีๆ” นางสั่งให้เขานั่งขัดสมาธิ พร้อมหันหลังให้นาง
“อาจิ่ว…”
พูดไม่ทันจบ เฟิ่งจิ่วก็ใช้สองมือขับเคลื่อนกลิ่นอายพลังวิญญาณแนบเข้าที่แผ่นหลังของขา เห็นดังนั้นเขาจึงได้แต่ถอนหายใจ รวบรวมสมาธิเพื่อสัมผัสถึงพลังชีวิตขุมนั้น
กลิ่นอายสีเขียวขุมหนึ่งค่อยๆ กระจายออกจากสองฝ่ามือของเฟิ่งจิ่ว กลิ่นอายนั้นถูกส่งไปในร่างของเซวียนหยวนโม่เจ๋อ ค่อยๆ ซ่อมแซมเส้นชีพจรของเขา
โอกาสในการฟื้นตัวของบาดแผลและอาการบาดเจ็บภายในเมื่อถูกรักษาโดยพลังชีวิตนั้นมีสูงมาก แต่สำหรับผู้แข็งแกร่งระดับเซียนสวรรค์ กลับไม่รู้ว่าจะเกิดประสิทธิผลอย่างเดียวกันหรือไม่ ?
ยิ่งพลังสูง เส้นชีพจรก็ยิ่งเหนียว หากจะทำการรักษาย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย ตอนนี้นางทำได้เพียงช่วยรักษาเขาอย่างสุดความสามารถก่อน เพราะหากปล่อยให้เส้นชีพจรอยู่ในสภาพที่เสียหาย ยเป็นเวลานาน แม้วันหน้าจะรักษาหายแล้ว ก็ไม่อาจกลับมาดีดังเดิมได้
พลังชีวิตจากเม็ดบัวเขียวไหลเวียนอยู่ในร่าง ทำให้เขาสัมผัสได้ถึงความผ่อนคลายทั่วร่างกาย เขาสัมผัสได้ถึงความแข็