ยังทำให้เขาโน้มตัวไปข้างหน้า
เฟิ่งจิ่ววางน้ำชาในมือแล้วลุกขึ้นยืน ก้าวไปหาพร้อมยกยิ้มกว้าง “ห้าวเอ๋อร์น้อย คิดถึงท่านแม่หรือไม่?” ขณะเอ่ยก็ยื่นมือไปอุ้มเขามา
“แม่ แม่….”
เด็กน้อยพูดตามประโยคสุดท้ายของเฟิ่งจิ่ว เขาพูดคำว่าท่านแม่ไม่เป็น ทำได้เพียงเรียกเฟิ่งจิ่วว่าแม่ด้วยน้ำเสียงที่ไม่ชัดนัก ดวงตาสุกสกาวจ้องมองดวงหน้างาม ก่อนจะยื่นปากที่ยัง งเปรอะไปด้วยน้ำลายเข้าใกล้ใบหน้าของเฟิ่งจิ่ว
แม้จะฟังไม่ชัดนัก แต่เฟิ่งจิ่วก็ยังตาเป็นประกาย “ลูกชายข้าเรียกแม่เป็นแล้ว เก่งจริงๆ” นางประคองใบหน้าน้อยๆ ที่เต็มไปด้วยเนื้อนุ่มๆ ขึ้นมาหอม ใบหน้าเต็มไปด้วยความสุขจนหวันเ เหยียนสิบสามกับฉินซินที่อยู่อีกด้านตะลึงค้าง
ก็ได้! เฟิ่งจิ่วที่พวกเขาเห็นมาตลอดบางครั้งก็เย็นชา บางครั้งก็เจ้าเล่ห์ บางเวลาก็เกียจคร้านเฉื่อยชา แต่ก็มักจะมีราศีสูงส่ง และกลิ่นอายของผู้แข็งแกร่งอยู่เสมอ กลิ่นอายที่ทำให ห้คนที่อยู่ตรงหน้านางไม่กล้ากำเริบเสิบสานจนเกินไป
แต่ครั้นอยู่ที่จวนนี้ กลับเห็นนางยิ้มแย้มดั่งบุปผา ผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่เหมือนกับตอนอยู่ข้างนอกนัก หนำซ้ำที่ทำให้พวกเขาตะลึงมากที่สุด นางมีลูกโตขนาดนี้แล้วหร รือ?
“ลูกชายของเ