ลัง ไม่นานก็เดินกลับมา พร้อมกับมองเฟิ่งจิ่วด้วยสายตาแปลกๆ “บางคนก็มาขอยาใน บางคนก็มาขอยา แล้วก็มีบางคนมาขอรับการรั กษาด้วย”
เขามองเฟิ่งจิ่วอย่างประหลาดใจ “จวนของเจ้าใกล้จะกลายเป็นโรงหมอเต็มทีแล้ว เหตุใดมีคนมาขออะไรมากมายเช่นนี้?”
เฟิ่งจิ่วสายตาไหวระริก “เข้าประตูหลังกันเถอะ!” พูดจบ เฟิ่งจิ่วก็พาเขาไปที่ประตูหลัง
ครั้นเห็นว่าประตูหลังของจวนก็ยังมีการวางค่ายกลไว้ด้วย ทำให้มองไม่เห็นประตูเมื่อมองเข้ามาจากข้างนอก หวันเหยียนสิบสามอดประหลาดใจไม่ได้ “เจ้าวางค่ายกลที่นี่ด้วย? แบบนี้ก ก็ได้ด้วยรึ?”
เฟิ่งจิ่วพาเขาเข้าไปข้างใน พลางตอบว่า “ทำไมจะไม่ได้เล่า? บ้านของข้า อยากทำอย่างไรก็ทำอย่างนั้น จวนของข้ามีค่ายกลและเขตอาคมอยู่เต็มไปหมด ท่านเข้าไปแล้วก็อย่าเดินเพ่นพ่า านส่งเดช”
“รู้แล้วๆ” หวันเหยียนสิบสามรับคำ ก่อนจะเดินตามเฟิ่งจิ่วเข้าไป แต่กลับเห็นว่าจวนหลังใหญ่นี้ไม่มีองครักษ์คอยคุ้มกันแม้แต่คนเดียว จึงถามอีกว่า “เหตุใดไม่เห็นองครักษ์คุ้มกันสัก คน?”
“ที่นี่ไม่ต้องการองครักษ์”
ขณะตอบ เฟิ่งจิ่วเห็นตาเฒ่าหัวโล้นคนหนึ่งกำลังเดินมาทางนี้ พอเห็นพวกเขา ตาเฒ่าคนนั้นก็กวาดสายตามองเฟิ่งจิ่วขึ้นลง ก่อนจะฉีกย