ิ้มกว้างทันที “ข้าก็นึกว่าใคร! ที่แท้ก็คุณห หนูกลับมาแล้วนี่เอง”
“เขาเป็นผู้เฝ้าประตูของจวนข้า อาวุโสเหมย” เฟิ่งจิ่วหันไปแนะนำทั้งสองให้รู้จักกัน ก่อนจะหันไปพูดกับอาวุโสเหมยว่า “นี่คือหวันเหยียนสิบสาม นี่คือฉินซิน หวันเหยียนสิบสามเ เป็นแขก ส่วนฉินซินจะเป็นคนในจวนตั้งแต่นี้ไป”
“อ้อ” อาวุโสเหมยรับคำ ก่อนจะพยักหน้า จ้องพิจารณาคนทั้งสองแวบหนึ่ง
“ระหว่างที่ข้าไม่อยู่ ในจวนเรียบร้อยดีหรือไม่” นางเดินเข้าไปข้างใน พลางเอ่ยถาม
“เรียบร้อยดี วันๆ มีแต่คนมาเยี่ยมเยือน นี่ก็ยังมีคนมาต่อแถวอยู่ข้างนอกประตูนั่น ไล่ก็ไล่ไม่ไป” อาวุโสเหมยรายงานขณะเดินตามข้างๆ ก่อนจะเอ่ยอีกว่า “เมื่อวานพวกตู้ฝานกลับมา หลังจากทำภารกิจสำเร็จ ครั้นรู้ว่านายท่านไม่อยู่ ก็พักอยู่ในจวนต่อ”
มองดูทั้งสองเดินพูดคุยกันเข้าไปข้างใน หวันเหยียนสิบสามที่อยู่ข้างๆ ลอบประหลาดใจ เฟิ่งจิ่วคนเดียวก็แล้วไป ตาเฒ่าหัวโล้นเฝ้าประตูคนนี้เป็นใครอีก? เหตุใดจึงมองพลังของเขาไม่ออ อก?
จวนหลังใหญ่ขนาดนี้มีองครักษ์แค่ไม่กี่คน หนำซ้ำพวกเขาเข้ามาจากประตูหลัง ไม่ได้ส่งเสียงดังแต่อย่างใด ตาเฒ่าคนนี้กลับรู้ว่ามีคนเข้ามาทางประตูหลัง? ไม่ธรรมดา ไม่ธรรมดาเลยจ