ชาย”
ฉินซินเดินลงมาจากชั้นสอง นางเปลี่ยนไปใส่ชุดกระโปรงสีฟ้าสลับขาว โดดเด่นสง่างาม เส้นผมสยายลงมาหนึ่งปอย และแผลเป็นตรงหางตาก็ถูกนางวาดเป็นลวดลายดอกไม้เหมือนวันนั้น เพิ่มเสน่ ห์ให้ดวงหน้างดงามของนางมากยิ่งขึ้น
เฟิ่งจิ่วหันไปมอง ก่อนพยักหน้าอย่างพอใจ “ไม่เลว อย่างนี้ดูเจริญหูเจริญตามากกว่า” นางพยักหน้า ก่อนพูดกับอีกฝ่ายว่า “นั่งลงกินอะไรหน่อยเถอะ!”
“เจ้าค่ะ”
ฉินซินรับคำ นางเดินไปนั่งที่ข้างโต๊ะ เห็นหวันเหยียนสิบสามจ้องตนเองไม่หยุด แต่นางก็ไม่ได้มองเขา เพียงรินสุราจิบหนึ่งคำ และคีบอาหารกินราวกับไม่ใส่ใจเลยสักนิด
“พรุ่งนี้ต้นยามเฉินก็จะออกเดินทางแล้ว อย่าลืมตื่นเช้ามาเตรียมตัวให้พร้อมด้วยเล่า” เฟิ่งจิ่วกำชับ ราวกับนึกอะไรขึ้นได้ หันไปบอกหวันเหยียนสิบสามว่า “นางชื่อฉินซิน”
“อ้อ”
หวันเหยียนสิบสามพยักหน้า ก่อนหันกลับไปจ้องมองจุดที่วาดดอกไม้ไว้บนหน้าของนาง ดอกไม้นั่นเสมือนจริงมาก หากเขาไม่เคยเห็นใบหน้าที่เสียโฉมของนาง คงไม่มีทางจินตนาการได้เลยว่ าภายใต้ดวงหน้าเลอโฉมนี้ซ่อนใบหน้าที่อัปลักษณ์ไว้
………………………………….