เงียบๆ
หลังจากขึ้นเรือบิน หวันเหยียนสิบสามเอนหลังอย่างเกียจคร้านพลางหันไปมองฉินซิน เขายิ้มบอกว่า “ฉินซินเอ๋ย! อยู่ว่างๆ ไม่มีอะไรทำ เจ้าดีดพิณให้ฟังหน่อยเถอะ!”
ฉินซินไม่ได้รับคำ แต่หันไปมองเฟิ่งจิ่วแทน นางถามความเห็นของเฟิ่งจิ่วด้วยสายตา
เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ ก่อนจะหยิบตำราพิณออกมาจากแขนเสื้อเล่มหนึ่ง “ดีดตามตำรานี้เถิด! ไม่ต้องใช้พลังวิญญาณ”
“เจ้าค่ะ” ฉินซินรับตำราพิณไปด้วยสองมือและเปิดอ่าน นางชะงักนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนเงยหน้ามองเฟิ่งจิ่ว จากนั้นก็เดินไปนั่งขัดสมาธิที่จุดหนึ่ง หยิบพิณวางบนตัก จากนั้นก็เริ่ม บรรเลงท่วงทำนองแห่งเสียงพิณอย่างเชื่องช้า
เหมือนนางกำลังลองเส้นสาย เสียงพิณดังขาดๆ หายๆ กระทั่งผ่านไปครู่หนึ่ง เสียงพิณเริ่มต่อเนื่องขึ้น แล้วท่วงทำนองอันงดงามก็ถูกบรรเลงไปพร้อมกับนิ้วมือเรียวขาวดุจหยกที่พลิ้วไหว วอยู่เหนือสายพิณ…
นิ้วมือของนางราวกับกำลังเริงระบำอยู่เหนือสายพิณ เคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วและงดงาม เสียงพิณไพเราะเสนาะหู บวกกับดวงหน้างดงามโดดเด่นของนาง ทำให้ศิษย์สำนักเซียนพวกนั้นไม่อา าจละสายตาออกไปได้
มีเพียงชายหนุ่มสีหน้าเย็นชาคนนั้นที่มองไปที่เฟิ่งจิ่วเป็นระยะ เหมือนกำลังคาดเดา