ถามว่า “ออกมาคราวนี้พวกเรานับว่าได้กำไรแล้ว อย่างไรเสียข้าก็นับว่าเป็นลุงสิบสา ามของเจ้าเหมือนกัน เจ้าว่า กลับไปควรเชิญข้าไปเลี้ยงข้าวที่จวนดีๆ สักมื้อหรือไม่”
เฟิ่งจิ่วชำเลืองมองเขา ก่อนเอ่ยอย่างเย็นชาว่า “ท่านเป็นลุงสิบสามของท่านพี่ข้า ข้ากับท่านพี่เป็นพี่น้องร่วมสาบาน ไม่ได้นับญาติกับคนอื่นในตระกูลหวันเหยียนเสียหน่อย”
“โธ่เอ๋ย คนอื่นก็ช่างเขาไป แต่อย่างไรพวกเราก็นับว่าสู้เคียงบ่าเคียงไหล่มาด้วยกัน แล้วข้าก็อาวุโสกว่าเจ้าด้วย เจ้าเรียกข้าว่าลุงสิบสามก็ไม่เกินไปเสียหน่อย”
เฟิ่งจิ่วมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนยิ้มแกมเหยียดๆ “ลุงสิบสาม?”
“อ้อ”
“อ้ออะไรกัน? ท่านดูตัวเอง มีท่าทางของคนเป็นอาวุโสเสียที่ไหน? แล้วยังอยากให้ข้าเรียกว่าลุงสิบสามอีก ข้าคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้” นางส่ายหน้าเหมือนรังเกียจ
หวันเหยียนสิบสามมุมปากกระตุก มองนางอย่างหมดคำจะพูด เขาไม่ตอแยอีก เพียงลุกขึ้น “อย่างนั้นก็ช่างเถอะ! ข้าก็ไม่หวังอะไรอีกแล้ว ข้ารู้อีกเดี๋ยวเจ้าต้องออกไปแน่ ข้าก็จะออกไ ไปเดินตลาดบ้าง”
เขาลุกขึ้น บิดขี้เกียจแล้วเดินออกไป พลางถามว่า “ใช่แล้ว จะให้ข้าซื้ออะไรมาให้ระหว่างเดินตลาดหรือไม่”
เฟิ่งจิ่วยิ้ม ก่อนตอ