งร้องเรียก ทั้งคู่ก็ปรี่มาช่วยอยู่แล้ว
แม้เตียงของบ้านสกุลจูจะไม่สูงนัก แต่ด้วยน้ำหนักของหลิวซื่อที่กดทับลงมาก็ทำให้หลี่ซื่อเจ็บแขนไม่น้อย
หลิ่วซื่อกับหลินซื่อช่วยประคองหลิวซื่อขึ้น ก่อนคว้าหมอนและเบาะมาปูพื้นให้หลิวซื่อนั่ง
“สะใภ้รอง เป็นอะไรหรือไม่ เจ็บตรงไหนบ้างไหม?” เห็นหลิวซื่อเป็นอย่างนี้ก็ยิ่งเป็นห่วงว่าจะแท้งลูก
กล่าวกันว่าเจ็ดเดือนรอด แปดเดือนลูกผีลูกคน แม้หลิวซื่อจะใกล้คลอดแล้วแต่ก็ยังคาบเกี่ยวเวลานี้ หากว่า…
หลิวซื่อตกใจที่ตนเองล้ม คนอื่นจะถามหรือไม่ถามว่าเป็นอย่างไรนางก็ยังโพล่งออกไปว่า “เจ็บ… พี่สะใภ้ใหญ่ ข้าปวดท้องมาก…”
น้ำตาไหลรินลงมาทันใด
นางจับมือหลิ่วซื่อแล้วคร่ำครวญ “พี่สะใภ้ใหญ่ ข้าปวดท้องเหลือเกิน ฮือ… ลูกข้าจะตายไหม?”
“อย่าพูดเหลวไหล สุขภาพดีเพียงนี้แล้วลูกเจ้าจะตายได้อย่างไร พ่นน้ำลายออกมาเสีย ถุย ๆ เรื่องร้ายอย่ากล้ำกราย มีแต่สิ่งดี ๆ…” หลิ่วซื่อกล่าวปลอบ
จูเอ้อร์ได้ยินว่านางอาจแท้งลูก ไฉนเลยจะนอนอยู่เฉยได้ เขากลิ้งตัวลงมาจากเตียงทันที “ซุ่ยซุ่ย รีบพ่นออกมาเร็วเข้า ถุย ๆๆ เรื่องร้ายอย่ากล้ำกราย มีแต่สิ่งดี ๆ!”
ทันทีที่หลิวซื่อเห็นเขา นางก็เอื้อมมือผลักเขาด้วยความโมโห “ไสหัวไปซะ! อย่ามาให้ข้าเห็นหน้า น่ารำคาญ!”
“ก็ได้ ข้ามันน่ารำคาญเอง ทั้งหมดเป็นความผิดของข้า… ซุ่ยซุ่ย อย่าโกรธเลย ลูกเราสำคัญที่สุด…” เขาเกรงว่านางจะแท้งลูกเพราะอารมณ์โมโห
ทว่ายิ่งเขาพูดนางก็ย