วาร”
“หา? อะไรนะ? ข้าได้ยินไม่ผิดกระมัง?” เขาจ้องนางด้วยสีหน้าตกตะลึง
เฟิ่งจิ่วยิ้มอธิบายว่า “ข้าบอกว่าข้าเพิ่งรับพวกมันมาเป็นบริวาร บ้านข้าต้องการสัตว์ร้ายสองตัวไปเฝ้าประตู พอดีเห็นเสือสองตัวนี้สวยดี ท่าทางองอาจผึ่งผาย ก็เลยอยากพากลับ ไปเฝ้าประตูบ้าน”
“จะ…เจ้าแน่มากนะ!” เขากลับไม่รู้ว่าควรพูดอะไรต่อดี
ออกมาตามหาคน แต่กลับได้สัตว์เทวะกลับไปเฝ้าประตูบ้านถึงสองตัว? เขาไม่ยอมจำนนต่อฟ้าดิน แต่จะขอยอมจำนนต่อเฟิ่งจิ่วจริงๆ
เขาสาวเท้ายาวๆ เดินเข้ามา จ้องสัตว์เทวะสองตัวนั้นแวบหนึ่ง ก่อนถามเฟิ่งจิ่วว่า “เจ้ากำราบพวกมันอย่างไร”
“ด้วยกำปั้น” เฟิ่งจิ่วยิ้มอย่างมีลับลมคมใน ก่อนจะเหลือบมองสัตว์เทวะสองตัวนั้น
“จิ๊ๆ ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ!” เขากอดอกจ้องนาง แม่หนูน้อยนี่ร้ายกาจไม่เบาเลยนะ!
“ท่านมาเพราะเห็นสัญญาณขอความช่วยเหลือหรือ” เฟิ่งจิ่วถาม
“ใช่น่ะสิ! เห็นว่าเป็นสัญญาณขอความช่วยเหลือของสำนักดาราครามเซียน จึงคิดจะมาดูหน่อย นึกไม่ถึงเจ้าก็อยู่ด้วย” เขาหันไปมองกลุ่มคนที่อยู่ใต้ต้นไม้ ก่อนจะเดินไปหา “นี่ พวกเจ้าเป็ นศิษย์สำนักเซียนหรือ”
ขณะถาม สายตาของเขาก็จับจ้องพิจารณาอีกฝ่าย สำรวจสถานการณ์และวรยุทธ์ของพวกเขาคร่า