กอีกด้วย นางบาดเจ็ บและหนีไป ผู้ฝึกวิชามารพวกนั้นไล่ตามไป จากนั้นพวกข้าก็ไม่รู้ว่านางอยู่หรือตาย ตั้งแต่วันนั้นพวกข้าก็ไม่เห็นนางอีกเลย”
เฟิ่งจิ่วกับหวันเหยียนสิบสามมองหน้ากันแวบหนึ่ง ก่อนจะถามรายละเอียดต่อ สุดท้ายทั้งสองก็เดินไปหยุดยืนตรงหน้าผู้ฝึกวิชามารคนนั้น หวันเหยียนสิบสามกำหมัด พูดกับเฟิ่งจิ่วว่า “ข้าต่อยเขาให้ฟันร่วงก่อนก็แล้วกัน! จะได้ไม่ต้องกังวลว่าเขาจะกัดลิ้นตัวเองตาย”
“ดี” เฟิ่งจิ่วพยักหน้าอย่างเห็นด้วย หวันเหยียนสิบสามจึงเดินกำหมัดเข้าไปต่อยปากผู้ฝึกวิชามารคนนั้นเต็มแรง
เสียงกรีดร้องดังขึ้น ฟันของผู้ฝึกวิชามารร่วงหมดปาก เลือดไหลกลบปาก สภาพน่าเวทนาจนไม่อาจทนมอง
นักพรตเฉินส่ายหัว คิดในใจว่า ‘โหดร้ายเกินไปแล้ว สองคนนี้โหดร้ายเกินไปแล้ว’
หวันเหยียนสิบสามจับคางของผู้ฝึกวิชามาร ก่อนจะถามว่า “บอกมา! หญิงชุดแดงคนนั้นอยู่ที่ไหน?”
ผู้ฝึกวิชามารคนนั้นกระอักเลือดที่อมไว้เต็มปาก รู้สึกได้ถึงช่องปากที่โล่งเปล่า ร่างกายไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ กลิ่นอายพลังวิญญาณก็ถูกสกัด แม้แต่ฟันก็ร่วงหมดปาก เรียกได้ว ว่าสภาพตอนนี้เป็นตายเท่ากัน
เขาอดทน จ้องพวกเขาทั้งสองด้วยสายตาอาฆาต ปิดปากแน่นไ