อนไหวไปพร้อมกั บกอหญ้าบนพื้น ดวงตาของนางเป็นประกายขึ้นมา รีบเก็บซ่อนกลิ่นอายแล้วตามไปทันที
หลังจากเดินไประยะหนึ่ง นางรู้สึกได้ว่ามีบางสิ่งตามหลังนางอยู่ จึงหันกลับไป แล้วก็เห็นเป็นเด็กน้อย…เอ่อ ผีน้อยในสภาพสกปรกมอมแมม มันเดินตามหลังนาง พอเห็นนางหันกลับไป ก็วิ่ งไปหลบข้างหลังต้นไม้ใหญ่อย่างลนลาน
“เจ้าตามข้ามาทำไม” เฟิ่งจิ่วถาม น้ำเสียงเบาลง เพราะกลัวจะทำให้โสมที่นางไล่ตามอยู่แตกตื่น
“ไปทางนั้นไม่ได้” ผีน้อยพูดอย่างกล้าๆ กลัวๆ
เฟิ่งจิ่วตะลึงงัน บอกว่า “ข้าไม่ได้อยากเข้าไป ข้าจะจับเจ้านั่น!” นางชี้ไปที่โสมดอกสีแดงต้นหนึ่งที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางกอหญ้า
ผีน้อยตัวนั้นท่าทางดูลังเลเล็กน้อย ก้าวไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง เงาร่างค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นโปร่งใส สุดท้ายก็ลอยผ่านนางไป ก่อนจะหยุดอยู่ข้างโสมต้นนั้นและย่อตัวลงไป เอื้อม มมือไปดึงโสมวิญญาณต้นนั้นขึ้นมา
เฟิ่งจิ่วมองผีน้อยตัวนั้นอย่างตกตะลึง เห็นมันก้มมองโสมในมือตนเอง ก่อนจะมองเฟิ่งจิ่วแวบหนึ่ง ก่อนจะยื่นโสมมาตรงหน้านาง “ให้เจ้า”
แม้จะเป็นเฟิ่งจิ่วก็ยังอดตะลึงงันไม่ได้ หลังจากตั้งสติได้ก็รับโสมวิญญาณต้นนั้นไป เมื่อมองดูดีๆ ก็พบว่าโสมวิญญาณกว้างสองนิ้ว รูปร