่างเหมือนคน ด้านบนมีดอกสีแดงบานสะพรั่งอยู่ หนึ่งดอก นางเอาเชือกเส้นหนึ่งมามัดโสมวิญญาณต้นนี้ ก่อนจะเอามันเข้าไปปลูกในห้วงมิติ
ครั้นจัดการทุกอย่างเรียบร้อย เฟิ่งจิ่วเงยหน้ามองผีน้อยที่ยืนหัวหดอยู่ตรงหน้า ครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะถามว่า “ทำไมเจ้าไม่กลัวแสงแดด?” ผีตัวเล็กๆ แค่นี้ กลับกล้าเดินไปเดินมาในเวล ลากลางวันแสกๆ เช่นนี้เชียวหรือ?
“กรี๊ด!”
เวลานี้เอง เสียงกรีดร้องดังก้อง เสียงนั้นเล็กแหลมเสียดแทงแก้วหู ทำให้ผู้ที่ได้ยินขนลุกขนพองไปทั้งตัว ผีน้อยที่อยู่ตรงนั้นรีบสาวเท้าวิ่งไปยังต้นเสียงทันที
เฟิ่งจิ่วเห็นอย่างนั้นก็ตามไปด้วย ไหวตัวผ่านป่าต้นไม้ ผ่านหญ้ารก ตอนที่มาถึงที่นั่น ก็เห็นวิญญาณดวงหนึ่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีดำที่ถือแส้หางม้าไว้ในมือ อ ร่างของวิญญาณดวงนั้นเดี๋ยวกระจ่างเดี๋ยวเลือนราง ไหวเอนไปมา ราวกับจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ
ผีน้อยตัวที่เด็ดโสมให้นางเห็นอย่างนั้นก็ร่ำไห้ถลาเข้าไป เวลานี้ ดวงวิญญาณกลุ่มหนึ่งที่อยู่ข้างๆ ล้วนกำลังส่งเสียงตะโกน แต่กลับไม่กล้าเข้าใกล้ ตอนนั้นเอง ชายวัยกลางคนสะบัดแ แส้หางม้าในมือ
………………………………….