จากมันนี่เอง
ชายวัยกลางคนที่อยู่อีกด้านเห็นดังนั้นก็หน้าเครียด ถามว่า “พวกเจ้าเป็นใครกันแน่? เหตุใดต้องขัดขวางไม่ให้ข้าเก็บพวกมัน?”
“แม้ข้าจะเป็นคนที่ไม่รู้เรื่องพวกนี้ แต่ดูก็รู้ ไอพิฆาตของดวงวิญญาณพวกนี้ไม่ได้รุนแรง น่าจะไม่เคยทำร้ายมนุษย์” เฟิ่งจิ่วเหลือบมองคนคนนั้นแวบหนึ่ง ก่อนบอกว่า “ดวงวิญญาณก ก็มีร้ายและดี หากไม่เคยทำร้ายคน เจ้าจะเก็บพวกมันไปทำไม”
“เพ้อเจ้อสิ้นดี!” ชายวัยกลางคนตวาดเสียงดัง ก่อนเอ่ยว่า “พวกมันไม่ควรมีตัวตนอยู่อยู่แล้ว หากไม่เจอก็เรื่องหนึ่ง แต่หากข้าเจอแล้ว มีเหตุผลอะไรที่จะไม่เก็บ!”
เฟิ่งจิ่วหยักยิ้มมุมปาก ยิ้มบอกว่า “ในเมื่อเจ้าอยากเก็บขนาดนี้ ไม่สู้ตามข้าไปเก็บที่ภูเขาหยินเสียให้พอใจดีหรือไม่เล่า!”
“ที่นั่นคือที่ไหน?” ชายวัยกลางคนถามด้วยสีหน้าบึ้งตึง เห็นได้ชัดว่าไม่รู้จักสถานที่แห่งนั้น
“เจ้าเป็นผู้ฝึกตนไร้สำนักที่ผ่านมาทางนี้หรือ ดูไม่เหมือนคนจากสำนักเซียนสักเท่าไร” เฟิ่งจิ่วเหลือบมองเขา
“ข้าเป็นคนของพรรคเริงรมย์ ลงเขามาฝึกตน ผ่านมาทางนี้ เห็นที่นี่เต็มไปด้วยพลังหยิน จนมาเจอวิญญาณพวกนี้เข้า” ขณะเอ่ย เขาตวัดสายตามองวิญญาณพวกนั้น
………………………………….