งให้ออกมาทำภารกิจ เพียงแต่ไม่นึกว่าจะถูกคนซุ่มโจมตีที่เมืองนี้ ยิ่งนึกไม่ถึงว่าจะทำให้เกิดเรื่องเข้าใจผิดอย่างนี้ด้วย” ขณะเอ่ย เฟิ่งจิ่วหยิบป้ายห้อยเอวออกมายื่น
เจ้าเมืองเห็นดังนั้นก็เข้าใจในทันที “ที่แท้พวกท่านก็เป็นคนของสำนักเซียน อย่างนั้นก็เป็นพวกข้าที่เข้าใจพวกท่านผิดไปจริงๆ” เขาถอนหายใจ หัวใจที่ตึงเครียดผ่อนคลายลงในที่สุด
เขายื่นป้ายห้อยเอวคืน เอ่ยว่า “เพราะคนในเมืองเห็นพวกท่านฆ่าคนในหอสุรา หนำซ้ำยังมีวิญญาณอาฆาตลอยขวักไขว่เต็มไปหมด ฉะนั้นจึงคิดว่าพวกท่านเป็นคนของพรรคมาร ตอนนี้เมื่อคลา ายความเข้าใจผิดกันแล้ว ผู้แซ่เฉินต้องขออภัยท่านทั้งสอง ณ ที่นี้ด้วย”
ขณะเอ่ย เขาประสานมือค้อมหัวคารวะคนทั้งสอง ถือเป็นการขอโทษพวกเขา อย่างไรเสียเขากับชาวเมืองก็เข้าใจอีกฝ่ายผิด ทั้งยังขับไล่ไสส่งพวกเขาอีกด้วย มาคิดดูตอนนี้นับว่าเสียมารยาทม มากจริงๆ
เฟิ่งจิ่วยิ้มบางๆ บอกว่า “เจ้าเมือง พวกเรามีภารกิจต้องทำจึงเดินทางมา ได้ยินว่าแถวนี้มีหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งที่มักเกิดปัญหาบ่อยๆ หรือ?”
เจ้าเมืองได้ยินก็ตะลึงงัน “พวกท่านหมายถึงหมู่บ้านที่อยู่ติดกับภูเขาหยินลูกนั้นหรือ? ที่นั่นถือเป็นสิ่งต้องห้าม ทั่วทั้งเมือง