” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นๆ มองสองคนที่ยืนอยู่ข้างหน้าพล ลางกลืนน้ำลาย “พวกเจ้ารีบไปเสียเถอะ! อย่ามาที่เมืองของเราอีก พอพวกเจ้ามาคนในเมืองเราก็ตาย ยังมีเด็กน้อยที่พวกเจ้าทำให้ตกใจจนร้องไห้ไม่หยุด ทั้งยังมีคนแก่ที่ตกใจจนหยุดหาย ยใจไปอีกคน พวกเจ้าไปเสียเถอะ!”
เฟิ่งจิ่วอึ้ง นึกถึงเรื่องในหอสุราก่อนหน้านี้ ก่อนจะหันไปมองสีหน้าของชาวบ้านที่อยู่รอบๆ ถึงตอนนี้นางเข้าใจแล้ว ที่แท้ก็อย่างนี้เอง พวกเขาน่าจะตกใจเพราะวิญญาณเหล่านั้น
นอกจากผู้ฝึกตนที่มีวรยุทธ์ระดับสูง ปกติแล้วมีเพียงเด็กที่มีจิตใจบริสุทธิ์ และคนที่อับโชคเท่านั้นที่จะมองเห็นวิญญาณเหล่านั้น ในหอสุราก่อนหน้านี้ หวันเหยียนสิบสามร่ายเขตอาค คมและวางค่ายกล นางคิดไม่ถึงว่ายังจะทำให้คนพวกนี้ตกใจด้วย
“เด็กน้อยที่ตกใจจนร้องไห้ไม่หยุดอยู่ที่ไหน?” หวันเหยียนสิบสามถาม
“พะ…พวกเจ้าจะทำอะไร” เจ้าเมืองถามอย่างระมัดระวัง
“พวกเจ้าบอกว่าเด็กน้อยตกใจมากไม่ใช่หรือ ข้าจะเรียกขวัญให้เขา เท่านี้ก็ไม่เป็นไรแล้ว” หวันเหยียนสิบสามเอ่ย เหลือบมองเจ้าเมืองแวบหนึ่ง จากนั้นก็บอกว่า “หากไม่ทำเช่นนี้ บางกร รณีอาจเสียขวัญจนกลายเป็นคนปัญญาอ่อนไปเลยก็มี”
“นี่…” เจ้าเมืองอดหันไปมอ