มือหนึ่งกระจายออกมา และพุ่งใส่ หวันเหยียนสิบสาม
“นั่นมันบ้าอะไรเนี่ย!”
หวันเหยียนสิบสามสบถ ธงสีแดงโบกสะบัด เปลวไฟขุมหนึ่งลุกโชติช่วงแผดเผาไปยังวัตถุมีพิษที่มีมากมายนับไม่ถ้วนเหล่านั้น ขณะเดียวกันก็ต้องหลบการโจมตีจากหุ่นขนเขียวสองตัวนั้นอีก ช ชั่วขณะหนึ่ง ดูเหมือนจะรับมือแทบไม่ไหว
“ข้าช่วยท่าน” เฟิ่งจิ่วว่า ลุกขึ้นแล้วก้าวออกจากเกราะป้องกัน หวันเหยียนสิบสามหันไปมอง โกรธจนหน้าดำทะมึน
“เจ้าโง่หรือไร! วิ่งออกมารนหาที่ตายรึ? เจ้าจะไปช่วยอะไรข้าได้!” แม่หนูน้อยนี่โง่รึไง? ไม่รู้หรือว่าสถานการณ์ตอนนี้อันตรายขนาดไหน? ไม่รู้หรือว่าหากออกจากเกราะป้องกันนั่นแล้ว อาจตายได้น่ะ? คิดอยู่แล้วเชียว พาสตรีมานั้นมีแต่เรื่องยุ่งยาก โดยเฉพาะสตรีที่ไม่เชื่อฟังก็ยิ่งยุ่งยากเข้าไปอีก!
หญิงชุดดำเห็นเฟิ่งจิ่วก้าวเท้าออกจากเกราะป้องกันก็ขยับนิ้วทันใด เส้นผมเส้นหนึ่งพุ่งออกจากมือของนาง พุ่งรัดไปทางเฟิ่งจิ่ว แต่ในเวลานี้เอง เฟิ่งจิ่วกลับชำเลืองมองหญิงงาม มชุดดำแวบหนึ่ง ก่อนจะหยักยกมุมปาก เผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา
“อยากเล่นหรือ? อย่างนั้นข้าจะเล่นเป็นเพื่อนเจ้าก็แล้วกัน!” สิ้นเสียง นางกระดิกนิ้วเกี่ยวเส้นผมสีดำเส้นนั้นไว้ พล