ลงมือเลยนะ!”
หญิงงามนางนั้นเอ่ยเสียดสี น้ำเสียงชั่วร้ายแต่กลับแฝงรอยยิ้มไว้หลายส่วน ดวงตาเย็นชาจับจ้องไปที่หวันเหยียนสิบสามที่กำลังประมือกับชายชราและชายฉกรรจ์ ยิ้มบอกว่า “ไม่เสียทีที่เป็นคนของตระกูลหวันเหยียน มีความสามารถดังคาด ไม่นึกเลยว่าจะสู้กับพี่ใหญ่และพี่รองได้หลายกระบวนท่าขนาดนี้”
มือที่ม้วนปอยผมเล่นของนางขยับไหว ผมเส้นหนึ่งพุ่งใส่หวันเหยียนสิบสาม ปลายผมเส้นนั้นเหมือนเข็มพิษที่สะท้อนแสงสีดำมะเมื่อม
“ฟิ้ว!”
ผมเส้นนั้นยืดยาวออกไปประมาณสามจั้งในชั่วพริบตา เพราะมันเส้นเล็กมาก เสียงแหวกอากาศจึงไม่ค่อยดังเท่าใดนัก กอปรกับหวันเหยียนสิบสามกำลังประมือกับสองคนนั้น จึงไม่ทันสังเกตเห็นเข็มพิษที่พุ่งแทงมาจากทางด้านหลัง
ครั้นเห็นเข็มพิษเล่มนั้นใกล้จะถึงตัวหวันเหยียนสิบสาม เฟิ่งจิ่วที่นั่งอยู่ในเกราะป้องกันตรงมุมร้านก็หยิบตะเกียบเล่มหนึ่งโยนออกไป ตะเกียบเล่มนั้นพุ่งทะลุเกราะป้องกันปะทะเข้ากับเข็มพิษจนเข็มเปลี่ยนทิศ
แรงสะเทือนจากเส้นผม รวมถึงทิศทางที่เบี่ยงเบนไปของเข็มพิษทำให้หญิงงามชุดดำตวัดสายตามามอง นางใช้สองมือสางผม ขยับนิ้วมือ ดึงผมเส้นนั้นกลับมา ก่อนจะตวัดสายตาไปที่เงาร่างสีเขียวตร