ตะลึงงัน รีบพากันถอยหลังไปยังสองข้างทาง
หวันเหยียนสิบสามขมวดคิ้วเหลือบมองเด็กหนุ่มที่ขี่สัตว์ร้ายวิ่งมาทางนี้แวบหนึ่ง ก่อนยื่นมือออกไปดึงคอเสื้อของเฟิ่งจิ่วให้ถอยไปข้างๆ
เฟิ่งจิ่วที่กำลังจะถอยหลังพอถูกคนกระชากคอเสื้อให้เดินตามไปโดยไม่ทันตั้งตัวก็ตะลึงงันไปในทันที นางหันไปมองหวันเหยียนสิบสาม “อย่าดึงคอเสื้อได้หรือไม่ รู้สึกเหมือนเหยี่ยวแก่ จับไก่น้อยอย่างไรอย่างนั้น” อยู่ไกลขนาดนั้น ยังกลัวว่านางจะหลบไม่พ้นอีกหรือ?
หวันเหยียนสิบสามมองนางตาขวาง ก่อนจะเอ่ยอย่างรังเกียจรังงอน “แม่หนูน้อยนี่เดินทางมาด้วยกันตั้งนานแล้ว ยังไม่เรียกข้าว่าลุงสิบสามสักครั้ง หากข้าไม่ดึงเจ้าไว้ เจ้ามัวแต่ชักช้ าอืดอาด เดาว่าคงถูกสัตว์ร้ายวิ่งชนร่างปลิวไปแล้ว”
เฟิ่งจิ่วมุมปากกระตุก ไม่รู้จะพูดอย่างไรดี นางซ่อนวรยุทธ์เอาไว้ แสดงออกมาแค่ระดับกำเนิดวิญญาณ ด้วยเหตุนี้ในสายตาของคนอื่น นางจึงเป็นเพียงผู้ฝึกตนระดับกำเนิดวิญญาณเท่านั้น ไม่แปลกเลยที่เขาจะดูแคลนนาง