ขาจึงตั้งสติทันที รีบหันไปสั่งคนข้างหลัง “เร็ว! เอาถุงฟ้าดินที่เหน็บเอวไว้มาให้หมด!”
ทุกคนได้ยินก็ตะลึงงัน แต่กลับยังคงแกะถุงฟ้าดินส่งให้ ชายคนนั้นรวบรวมถุงฟ้าดินมาแล้วก็ยื่นมาให้ตรงหน้า “นะ…นี่เป็นน้ำใจเล็กน้อยของพวกเรา แม้จะเล็กน้อยจนไม่เพียงพอให้เอ่ยถึง ง แต่ก็เป็นสิ่งแทนคำขอโทษของพวกเรา ได้โปรดรับไว้ด้วย” เขาจ้องเฟิ่งจิ่วตาไม่กระพริบ เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วกระมัง?
“ไปเถอะ!” เฟิ่งจิ่วบอกให้พวกเขาไปได้
ชายคนนั้นถอนหายใจ หลังกล่าวขอบคุณก็รีบพาคนจากไป หลังจากออกมาระยะหนึ่ง มีคนถามขึ้นมาว่า “ทำไมพวกเราต้องเอถุงฟ้าดินให้นางด้วย?”
เสียงพูดนั่นค่อยๆ ไกลออกไป อาวุโสเหมยหันมายิ้มตาหยีมองเฟิ่งจิ่ว “บอกว่าท่านไม่ใช่โจร คงไม่มีใครเชื่อ”
เฟิ่งจิ่วชำเลืองมองเขาแวบหนึ่ง “เอาของมา”
“คุณหนู แบ่งอย่างยุติธรรมกันดีหรือไม่ ถ้าอย่างไรท่านหกข้าสี่ก็ได้ หรือท่านเจ็ดข้าสามก็ได้เช่นกัน” อาวุโสเหมยเสนอ ใช้สองมือประคองถุงฟ้าดินเดินเข้าไปหานาง
“ข้าเป็นโจร โจรจะแบ่งทรัพย์สินให้คนอื่นได้อย่างไรกัน?”
………………………………….