อยู่นี่นา! หากคนอื่นรู้จะว่าว่าข้ารังแกเด็กเอาได้”
เฟิ่งจิ่วเดินลงจากรถลากวิญญาณ เดินทอดน่องบนถนนภูเขา สูดอากาศบริสุทธิ์ ก่อนพูดขึ้นว่า “ก็ได้ ในเมื่อท่านพูดขนาดนี้แล้ว ข้าจะให้ท่านดูหน่อยก็แล้วกัน!”
“ดู? ดูอะไร?” ชายชราถามอย่างแปลกใจ
เฟิ่งจิ่วไม่ได้พูดอะไรมาก นางเพียงหันไปพูดกับคนที่ซ่อนอยู่ในที่มืด “ในเมื่อไม่ไป อย่างนั้นก็ออกมาเถอะ!”
คนสองกลุ่มที่ซ่อนตัวอยู่ตะลึงเล็กน้อย พวกเขาตามมาตั้งแต่หอประมูลแล้ว ไม่กล้าเผยกลิ่นอายแม้แต่น้อย แต่นางรู้ได้อย่างไร?
ตอนนี้ ไม่ว่าอย่างไร นางก็รู้แล้ว ซ่อนตัวต่อไปก็ไม่มีประโยชน์ ด้วยเหตุนี้คนสองกลุ่มนั้นจึงโฉบตัวออกมา ทันทีที่ออกมาพวกเขาถือกระบี่พุ่งใส่เฟิ่งจิ่ว ยังมีคนตะโกนว่า “กวางวิญ ญญาณทองม่วงสองตัวนั้นก็เป็นสมบัติล้ำค่ามากเหมือนกัน!”
เห็นพวกเขาพุ่งเข้ามา อาวุโสเหมยมองพวกเขาอย่างสังเวช พริบตาต่อมา เงาร่างโฉบไหว เขาตีต้นคอคนพวกนั้นจนหมดสตินอนกองอยู่บนพื้น “เฮ้อ! ข้าก็บอกแล้ว พวกเจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของ งข้า ยังคิดจะสู้กับข้าอีก? นี่มันต่างอะไรจากมาหาเรื่องเจ็บตัวถึงที่กันเล่า?”
………………………………….