ไปข้างนอก ชายหนุ่มยิ้ม “จริงสิ ลูกค้าที่นั่งข้างคุณหนูเฟิ่งเมื่อครู่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคใจสั่น ตอนนี้หมดสติอยู่ แต่องครักษ์ของเขารายงานทางบ้านให้ทราบแล้ว”
“ข้าไม่รู้จักเขาเสียหน่อย บอกข้าแล้วจะมีประโยชน์อะไร” เฟิ่งจิ่วเอ่ยอย่างเมินเฉย พอมาถึงข้างนอกก็เห็นอาวุโสเหมยนั่งรออยู่บนรถลากกวางวิญญาณ จึงหันไปพยักหน้าให้คนข้างๆ เล็กน น้อย “ขอตัว”
เห็นเฟิ่งจิ่วสาวเท้าเดินออกไป สายตาของเขาไหวระริก เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาอย่างแช่มช้า “ข้าชื่อถานฮ่าวเทียน”
เฟิ่งจิ่วชะงักเท้าเล็กน้อย แต่ไม่ได้หันกลับไปมอง เพียงเดินไปที่รถลากกวางวิญญาณต่อ
อาวุโสเหมยลงจากรถลาก มองถานฮ่าวเทียนแวบหนึ่ง ก่อนจะหยิบเก้าอี้มาให้เฟิ่งจิ่วเหยียบ พลางหัวเราะเบาๆ “คุณหนู ท่านออกมาโรยดอกท้อข้างนอกเช่นนั้นหรือ หากท่านผู้นั้นที่อยู่ใน นจวนเห็นสายตาของคนผู้นี้ที่มองท่าน เดาว่าคงจะต้องมีการต่อสู้กันเกิดขึ้นอย่างแน่นอน”
เฟิ่งจิ่วชำเลืองมองเขาแวบหนึ่ง “ท่านเคยเจอท่านผู้นั้นในจวนด้วยหรือ?” เฟิ่งจิ่วเดินเข้ามานั่งในรถม้า อาวุโสเหมยเองก็ก้าวเท้าขึ้นรถลาก และขับรถจากไป
“เคยเจอๆ ข้าเคยเจอพวกท่านตั้งแต่ยังไม่ได้เข้าไปอยู่ในจวนแล้ว” อาวุโสเหม