ยยิ้มตาหยี “พวกท่านสองคนเหมาะสมกันมาก แต่ข้าสงสัยนัก เหตุใดพวกท่านไม่ร่วมห้องกัน?”
เฟิ่งจิ่วนั่งพิงหลับตาทำสมาธิอยู่ในรถ ตอนที่ได้ยินคำถามนี้ นางลืมตามองออกไปข้างนอก ก่อนตอบอาวุโสเหมยผ่านผ้าม่านที่กั้นไว้ “ท่านสนใจมากเกินไปแล้ว ดูท่าคงว่างมากไป”
“อะแฮ่ม” อาวุโสเหมยกระแอมเบาๆ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย “คุณหนู เมื่อครู่ประมูลอะไรมาได้บ้างหรือไม่”
“อืม ได้มาสองสามอย่าง” นางหลับตาแล้วตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“คุณหนู ด้านหลังพวกเรามีคนสะกดรอยตามมาสองสามคน ท่านนั่งให้ดี ข้าจะเพิ่มความเร็วเพื่อสลัดพวกเขา” อาวุโสเหมยกล่าว ก่อนที่รถลากสัตว์วิญญาณจะเคลื่อนตัวเร็วขึ้น
เฟิ่งจิ่วเตือนว่า “ที่นี่เป็นถนนใหญ่ อย่าขับเร็วเกินไปจะได้ไม่ชนคน ชะลอความเร็วแล้วมุ่งหน้าออกนอกเมือง”
“ได้!” อาวุโสเหมยรับคำ ก่อนจะชะลอความเร็ว ขับรถม้ามุ่งหน้าออกไปนอกเมือง ครั้นมาถึงถนนใหญ่นอกเมือง เขาจอดรถลาก ก่อนหันไปพูดว่า “คุณหนู เหมือนจะไม่ได้มีคนตามมาแค่กลุ่มเดียว ท่ านจะออกมาดูหน่อยหรือไม่”
“ท่านจัดการให้เรียบร้อยก็พอ” เฟิ่งจิ่วตอบ ไม่ได้คิดจะออกไปแต่อย่างใด