เดิม กระทั่งเมื่อไม่เห็นเงาร่างของนางแล้ว เขาจึงค่อยลูบหนวดและเดินทอดน่องกลับไปที่เรือนของตนเอง
“ช่างเป็นบุญจริงๆ!” เขาพึมพำเบาๆ รอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งกว้างขึ้น เพียงแต่ประโยคนี้ไม่มีใครได้ยิน และไม่มีใครรู้ว่าหมายความว่าอย่างไร
คืนวันเดียวกันนั้น อาวุโสเหมยเดินเอามือไพล่หลังลาดตระเวนไปทั่วจวน ปากก็ส่งเสียงพึมพำเป็นท่วงทำนองดนตรี ตอนที่เขาเดินไปถึงที่ประตูหลัง เห็นเงาร่างสองร่างลักลอบเข้ามาอย่างล ลับๆ ชั่วขณะที่พวกเขากำลังจะเหยียบเข้ามาในค่ายกล เขาก็โฉบพุ่งเข้าไปพร้อมกับสับฝ่ามือลงไปที่ทั้งสอง จากนั้นก็หิ้วร่างของสองคนนั้นที่หมดสติในพริบตาขึ้นมา
เขาดึงผ้าปิดหน้าสีดำของสองคนนั้นลง ก่อนจะหัวเราะในลำคอ “วรยุทธ์แค่นี้ก็ยังกล้าบุกเข้ามาในจวนนี้หรือ ไม่รู้จักกลัวตายกันเลยจริงๆ” เขาหิ้วคอเสื้อของสองคนนั้น จากนั้น ก็ลากออกไปอย่างอารมณ์ดี ตั้งใจว่าจะเอาสองคนนั้นไปขอรางวัลในวันพรุ่งนี้
เช้าวันต่อมา ขณะที่เฟิ่งจิ่วเตรียมตัวจะออกไปข้างนอก นางเห็นอาวุโสเหมยลากคนชุดดำสองคนเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นเต้น
“เมื่อคืนข้าจับหัวขโมยได้สองคน คุณหนู ท่านว่าท่านควรเพิ่มสุราครึ่งจินให้ข้าในแต่ละวันหรือไม่” เขาถามด้ว