โดดเด่นสะดุดตาสองตัวกลายเป็นสัญลักษณ์ของเฟิ่งจิ่วกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อ แม้คนในเมืองจะไม่ค่อยเห็นเซวียนหยวนโม่เจ๋อ แต่ก็รู้ว่าหากกวางวิญญ ญาณออกจากจวนมา ข้างในนั้นหากไม่มีเซวียนหยวนโม่เจ๋อนั่งอยู่ก็ต้องเป็นเฟิ่งจิ่วที่นั่งอยู่
รถลากสัตว์วิญญาณเคลื่อนผ่านในเมืองมาถึงหอสมบัติสวรรค์ เฟิ่งจิ่วลงจากรถก่อนหันไปพูดกับอาวุโสเหมยว่า “ท่านรอที่รถก็แล้วกัน!”
อาวุโสเหมยได้ยินก็ถามอย่างแปลกใจ “ไม่ต้องให้ข้าตามไปหรือ ฐานะอย่างเจ้าไม่มีคนติดตามไม่ค่อยดีกระมัง”
เฟิ่งจิ่วเม้มปากยิ้ม “แค่ในหอนี้เท่านั้น จะเกิดอะไรขึ้นได้เล่า ท่านรออยู่บนรถลากกวางวิญญาณนี่แหละ!” ขณะเอ่ย เฟิ่งจิ่วก็หมุนตัวเดินเข้าไปข้างใน สาวรับใช้คนหนึ่งเดินออกมา าต้อนรับและพานางเข้าไปข้างใน จากนั้นก็พาไปนั่งตรงที่นั่งแถวแรก
ขนมอบชาวิญญาณรวมถึงผลไม้ต่างๆ ถูกยกมาวางบนโต๊ะ เฟิ่งจิ่วนั่งแถวแรก ที่นั่งด้านซ้ายและขวายังว่างเปล่า เพราะแสงสว่างที่นี่ค่อนข้างน้อย จึงรู้ว่าคนที่นั่งแถวแรกยังไม่มา
นางนั่งเอนพิงเก้าอี้ ดื่มชาวิญญาณและกินขนมว่าง นั่งมองคนทยอยเข้ามาในนี้ไปพลางๆ ไม่นานที่นั่งแถวแรกก็ค่อยๆ เต็ม
คนที่มาในวันนี้ส่วนมากเป็นคนต่างถิ่น ด้วย