เหตุนี้จึงไม่ค่อยมีคนรู้จักเฟิ่งจิ่ว รู้เพียงว่า ท่ามกลางแสงสว่างอันเลือนราง หญิงสาวชุดแดงคนนั้นช่างงามสะคราญยิ่งนัก
สายตาพิจารณาจากรอบข้างไม่ได้ทำให้เฟิ่งจิ่วสนใจแต่อย่างใด อย่างไรเสียเรื่องอย่างนี้ก็เกิดขึ้นบ่อยมาก จึงกลายเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับนาง นางกำลังคิดว่า ของที่นำมาประมูลในครั้ง งนี้ไม่เลวเลยจริงๆ หากประมูลมาได้ก็จะประมูล หากประมูลมาไม่ได้ ก็ค่อยคิดหาวิธีอื่น
เทียบกับบรรยากาศคึกคักในหอประมูล ในอีกด้านหนึ่ง หลัวอวี่ที่กำลังนั่งพักริมถนนหยิบคันฉ่องขึ้นมาส่องหน้าตนเอง ครั้นเห็นว่าเริ่มบวมน้อยลงแล้ว แต่ตรงเบ้าตายังมีรอยเขียวช ช้ำอยู่ ก็อดถอนหายใจไม่ได้ “ตลอดทางนี้ ข้าได้แต่เดินแบกใบหน้าเช่นนี้อวดให้ผู้คนเห็น”
ฟั่นหลินที่อยู่ข้างๆ ยิ้มบางๆ “นี่ก็ดีขึ้นมากแล้ว เหลือแค่รอยช้ำเล็กน้อย อย่างน้อยก็ไม่ได้ตาบวมจนมองไม่เห็น”
“เจ้ายังจะมาพูดอีก! น่าโมโหจริงๆ พวกเราทุกคนพร้อมใจกันพุ่งเข้าใส่ เจ้ากลับถอยหลัง” หลัวอวี่มองใบหน้าที่ไร้รอยขีดข่วนของฟั่นหลิน ก่อนจะประชดประชันอย่างไม่พอใจ
ฟั่นหลินหัวเราะในลำคอ มองพวกเขาแวบหนึ่ง “ใครใช้ให้พวกเจ้าไม่เชื่อคำพูดของเหลิ่งหวาเล่า ข้าเชื่อใจเหลิ่งหวามาก เขา