จวน”
“ตระกูลเจียง?” ดวงหน้างามใต้หนังสือหยักยกมุมปากเล็กน้อย “ตระกูลเจียงนี่น่าสนใจ ยังคิดจะเชิญข้าไปที่จวนอีกหรือ เพียงแต่ข้าไม่ได้รู้สึกดีกับตระกูลเจียงมากนัก ไม่ค่อยอยากไป ปเช่นกัน”
เหลิ่งหวายิ้มบอกว่า “อย่างนั้นข้าปฏิเสธแทนนายท่านก็แล้วกัน! แต่มีอันหนึ่ง นายท่านจะต้องสนใจแน่ๆ”
“อ้อ อะไรหรือ” เฟิ่งจิ่วถาม ได้ยินเขาว่าอย่างนี้ กลับรู้สึกสงสัยขึ้นมาบ้างแล้ว
“หอสมบัติสวรรค์ซึ่งเป็นหอประมูลที่ใหญ่ที่สุดในเมืองจะจัดการประมูลในวันพรุ่งนี้ ได้ยินมาว่ามีของดีมากมาย นายท่านสนใจจะไปดูหน่อยหรือไม่”
เฟิ่งจิ่วหยิบหนังสือลง “หอประมูลหรือ? ลองไปดูหน่อยก็ได้ พรุ่งนี้เจ้าจัดแจงหน่อยก็แล้วกัน!” เอ่ยจบ นางเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามอีกว่า “อาวุโสเหมยเฝ้าประตูอยู่ตลอดหรือ”
“เขาสัปหงกเฝ้าประตูใหญ่อยู่ตลอดขอรับ” เหลิ่งหวาตอบคำ นึกถึงผู้อาวุโสเหมยทีไรก็มีแต่เรื่องที่ไม่เข้าใจ คนที่มีวรยุทธ์สูงกว่านายท่านของเขา เหตุใดจะต้องมาเฝ้าประตูให้พวกเขา าด้วย?
เฟิ่งจิ่วลุกขึ้นยืน ยืดเส้นยืดสายเล็กน้อย ก่อนเอ่ยว่า “ไปเถอะ! ไปเรียกเขามาที่ลานประลองหน่อย” เอ่ยจบ ก็เดินออกไป