ก่อนถามเสียงทุ้มต่ำว่า “พวกท่านเป็นคนในตระกูลของซื่อเชวียหรือ”
“เรียนท่านบรรพจารย์ พวกเราเป็นญาติสายรอง แต่ก่อนไม่เคยพบหน้าท่านบรรพชน แต่ท่านบรรพชนถ่ายทอดคำสั่งลงมา ให้พวกข้าคอยดูแลบรรพจารย์ทั้งสองท่านในเมืองสี่ทิศนี้มากหน่อย” ผู้นำตระกูลเซ่าตอบคำถามอย่างพินอบพิเทา
เซวียนหยวนโม่เจ๋อพยักหน้าเบาๆ ก่อนบอกว่า “ลำบากพวกท่านแล้ว ไปทำแผลก่อนเถอะ!”
คนของตระกูลเซ่าได้ยินก็ดีใจ รีบรับคำ จากนั้นก็ถอยออกไปด้านหนึ่ง
“พวกท่านสองคนมาได้อย่างไร”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อหันไปมองอาวุโสเจียงกับชิวเฉิงไห่ คนของตระกูลเซ่ามาช่วย นั่นเพราะมีสายสัมพันธ์เกี่ยวข้องกัน สองคนนี้กลับไม่เคยรู้จักกับพวกเขามาก่อน แต่กลับยื่นมือเข้ามาช่วย
อาวุโสเจียงขยับปาก กำลังคิดว่าจะตอบอย่างไรดี เฟิ่งจิ่วก็เดินเข้ามาเสียก่อน
“ต่างก็ได้รับบาดเจ็บกัน ทำแผลก่อนเถอะ!” เฟิ่งจิ่วมองทั้งสอง ก่อนจะเหลือบมองศพบนพื้น และหันไปมองพวกเหลิ่งหวา เห็นพวกเขาแม้จะไม่ได้บาดเจ็บหนัก แต่ก็มีบาดแผลกันคนละเล็กคนละน้อย จึงบอกว่า “เหลิ่งหวา จัดการศพบนพื้นหน่อย ตรวจสอบดูว่ามีเบาะแสอะไรหรือไม่”
“ขอรับ” เหลิ่งหวารับคำ จากนั้นก็ไปตรวจสอบศพกับพวกหลัวอวี่ ค้นของทุ