่ยืนยาวแล้วจะเป็นอะไรไปได้อีก?”
“จวนเรามีการรักษาความปลอดภัยหลายชั้น ทั้งยังมีค่ายกลกับเขตอาคมที่เจ้ากับนายท่านสร้างขึ้นมาอีก คนทั่วไปจะบุกเข้ามาได้อย่างไรกัน ข้าว่าอย่างมากก็คงจะมีคนพยายามบุกเข้ามา าแค่ช่วงไม่กี่วันนี้เท่านั้น ผ่านไปสักระยะก็คงไม่มีแล้ว” เหลิ่งหวายิ้ม ก่อนหันไปมองพวกเขา “เจ้าตำหนักเสนอว่าให้เอาสัตว์ร้ายสองตัวมาเฝ้าประตูจวน บอกตามตรง หากมีสัตว์ร้ายส สองตัวมาเฝ้าหน้าประตูจวนจริงๆ เดาว่าคงไม่มีใครกล้าเฉียดเข้าใกล้ประตูใหญ่ในระยะสามจั้งแน่นอน”
“น่าเสียดายจริงๆ! เหมือนจะไม่เคยได้ยินว่าเมืองสี่ทิศแห่งนี้มีสัตว์ร้ายที่ยอดเยี่ยมอะไรอยู่ ไม่อย่างนั้นหากเอากลับมาได้สักสองตัวคงไม่เลว” หลัวอวี่เอ่ย เขาเท้าแขนบนไหล่ของ ตู้ฝานที่อยู่ข้างๆ “ไปๆ พวกเราไปดื่มสักแก้วสองแก้ว เหลิ่งหวา เจ้าจะไปด้วยกันหรือไม่”
เหลิ่งหวาส่ายหน้า “ข้าไม่ไปล่ะ ข้ายังต้องไปห้องครัว และต้องไปดูทางพี่สาวของข้าสักหน่อย พวกเจ้าไปเถอะ!”
“ก็ได้” ทั้งสองรับคำ ก่อนจะเดินออกไป
เหลิ่งหวาไปดูที่ห้องครัวรอบหนึ่ง จากนั้นก็ไปที่เรือนของพี่สาวเขา เห็นนางกำลังสอนนายท่านน้อยเดิน จึงขานเรียก “ท่านพี่”
เหลิ่งซวงเงยหน้า นัยน์ตาง