หวาชะงักไปเล็กน้อย เพราะเดิมทีเขามีอาวุธวิเศษอยู่หนึ่งชิ้นซึ่งก็คือขลุ่ย เพียงแต่ไม่ค่อยได้ใช้นัก ยามนี้เห็นนายท่านมอบขลุ่ยนี้ให้เขาอีก เขาจึงรับไว้ด้วยสองมือ “ขอบคุณนายท่าน”
“ขลุ่ยนี้มีแต่เหลิ่งหวาที่เหมาะสมจริงๆ บุคลิกของเขาเหมาะกับขลุ่ย” ตู้ฝานสะบัดพัดขณะเอ่ย ก่อนจะหันไปมองอาวุธอีกหนึ่งชิ้น ยิ้มถามว่า “นายท่าน ชิ้นนี้เล่า?”
เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ มองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะหยิบอาวุธเซียนอีกหนึ่งชิ้นขึ้นมาจ้อง “นี่เป็นกระบี่อ่อนเล่มหนึ่ง แต่ก็เป็นอาวุธที่สามารถใช้เป็นแส้ยาวได้ด้วย ในหมู่พวกเจ้ามีเพียงเหลิ่งซวงกับชิงเฉิงที่เหมาะสม”
นางหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ก่อนที่สายตาจะกวาดมองผ่านพวกนางทั้งสอง จากนั้นก็ยิ้มและเอ่ยขึ้นว่า “แต่เหลิ่งซวงมีอาวุธที่นับว่าล้ำค่าอยู่ในมือหนึ่งชิ้นแล้ว ได้หรือไม่ได้กระบี่อ่อนเล่มนี้ไปก็ไม่เป็นไร กลับเป็นชิงเฉิงที่ยังไม่มีอาวุธเป็นชิ้นเป็นอัน กระบี่อ่อนเล่มนี้ให้ชิงเฉิงก็แล้วกัน!”
ไป๋ชิงเฉิงที่อึ้งงันเล็กน้อยรับคำเบาๆ จากนั้นก็ก้าวเข้าไปรับกระบี่ยาวเล่มนั้นมา นางจ้องมองอาวุธเซียนและเผยรอยยิ้มแห่งความดีใจออกมาอย่างปิดไม่มิด “ขอบคุณนายท่าน” นึกไม่ถึงว่านายท่านจะมอบอาวุธเซียนนี้ใ