นางเดียว ไม่รู้ใครจะได้เป็นผู้ครอบครอง?”
ตอนที่คนพวกนั้นตะโกนให้สุ่ยเซียนเซียนปลดผ้าออก ผู้ดูแลของที่นี่ไม่ได้ออกหน้าห้ามปราม เห็นได้ชัดว่านางรำเพียงคนเดียวไม่ได้อยู่ในสายตาของพวกเขา เดาว่าหากมีใครคนหนึ่งเอ่ยปากจะขอซื้อตัวนางขึ้นมา เช่นนั้นนางคงหนีไม่พ้นตกเป็นของเล่นของคนเหล่านี้อย่างแน่นอน
“มีเพียงรูปโฉมแต่ไร้กำลังปกป้องตนเอง ไม่ช้าก็เร็วอย่างไรก็ต้องตกอยู่ในอันตราย” เซวียนหยวนโม่เจ๋อพูดลอยๆ เขาเพียงชำเลืองมองหญิงสาวนางนั้นแค่แวบเดียว ก่อนจะละสายตาออกไป
สำหรับเขา แม้หญิงสาวคนนั้นจะไร้ความผิด แต่นางอยู่ในสถานที่เช่นนี้ อย่างไรก็ควรรู้ว่าต้องเผชิญเข้ากับสถานการณ์เช่นนี้เข้าสักวัน พวกเขาไม่มีเวลาไปสนใจเรื่องของคนอื่นหรอกนะ
“ต้องประลองสัตว์ร้ายกันอีกไม่ใช่หรือ? เหตุใดจึงเสียเวลาเช่นนี้? สัตว์ร้ายในสนามต่อไปคือตัวอะไร?” เสียงอันเรียบเฉยของเฟิ่งจิ่วดังขึ้น กลบเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของพวกคนข้างนอกที่กำลังถกเถียงกันเรื่องของหญิงสาวนางนั้นจนมิด
เสียงอันเฉื่อยชาที่จู่ๆ ก็ดังขึ้นดึงดูดความสนใจของคนส่วนหนึ่ง พวกเขาหันไปมองที่ห้องหมายเลขเก้า ตอนที่พวกเขาเห็นเงาร่างสีแดงรางๆ ก็ยิ้มพลางพูดกับเงาร่างสีแดงว่า