อกอยู่หลังรั้วกั้นขณะเสนอความคิดเห็น ราวกับไม่กลัวที่จะยุยงให้เรื่องราวใหญ่โตขึ้น ทั้งยังจงใจยุแยงส่งเสริมเข้าไปอีก
ชายในชุดหรูได้ยินประโยคนั้นก็มองเซวียนหยวนโม่เจ๋ออย่างท้าทาย ก่อนบอกว่า “ใช่ ต้องการให้ข้าถอยหนึ่งก้าว อย่างนั้นก็ส่งตัวหญิงชุดแดงคนนั้นมาให้ข้าเสีย!”
นัยน์ตาของเซวียนหยวนโม่เจ๋อเย็นเยือกลง ขณะกำลังจะเอ่ยปาก ก็เห็นม่านไข่มุกเปิดออกพร้อมเฟิ่งจิ่วที่เดินออกมา นางใช้สองมือกุมมือของเขาเอาไว้ เพียงเท่านั้นก็สามารถข่มความโกรธของเขาไว้ได้แล้ว
เขามองหน้านาง เห็นนางยิ้ม มองมาด้วยสายตาอ่อนโยน จากนั้นก็มองไปที่ชายในชุดหรูที่ถูกคนประคองอยู่ข้างล่าง
ในเวลานี้เอง เมื่อนางปรากฏตัว ชายจากห้องหมายเลขห้าก็จ้องมองนางด้วยสายตาร้อนแรง ส่วนคนอื่นๆ ก็มองด้วยสายตาตะลึงลานในความงามเช่นกัน ราวกับไม่คิดว่าหญิงชุดแดงที่อยู่หลังม่านไข่มุกจะมีดวงหน้าที่งดงามล่มเมืองปานนี้
“ข้าเห็นว่าคุณชายเองก็บุคลิกไม่ธรรมดา คิดว่าทุกคนล้วนเป็นลูกหลานตระกูลใหญ่โต” เฟิ่งจิ่วเอ่ยเสียงเบาๆ ก่อนจะมองชายในชุดหรูด้วยแววตาแฝงรอยยิ้ม “เหตุใดจึงมาบีบคั้นข้าที่เป็นเพียงสตรีคนหนึ่งเล่า? คุณชายว่าจริงหรือไม่?”
…………………………………