ต่เหลิ่งหวาที่อยู่ข้างหลังได้ทิ้งที่อยู่ไว้ให้ และบอกพวกเขาให้เอารถม้าไปส่งที่หน้าจวน
ยิ่งได้ยินว่าพวกเขาอาศัยอยู่ในเขตร่ำรวย ชายวัยกลางคนสองคนยิ่งไม่กล้าประมาท พวกเขารีบพาชายในชุดหรูกลับไป
ระหว่างทาง ชายในชุดหรูพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ “เหตุใดจึงยอมชดใช้รถม้าเหล็กนิลทองให้พวกเขาง่ายๆ นั่นไม่ใช่ราคาน้อยๆ เลยนะ อีกอย่างทำเช่นนั้นตระกูลหลูของเราก็คงไม่เหลือความน่ายำเกรงแล้ว เหตุใดถึงได้กลัวคนเพียงไม่กี่คน ตามความเห็นข้า ควรฉวยโอกาสสั่งสอนพวกเขาให้เข็ดหลาบ แล้วแย่งชิงสาวงามคนนั้นมาเสีย”
“คุณชาย วาจานี้ไม่อาจพูดอีก”
ชายวัยกลางคนทั้งสองได้ยินก็ตะลึง รีบหันไปมองรอบๆ โดยไม่รู้ตัว ก่อนจะเอ่ยเตือนว่า “คุณชาย ชายชุดคลุมสีดำคนนั้นมีวรยุทธ์ลึกล้ำ ไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน แม้แต่พวกข้ายังต้องยำเกรงต่อบารมีของเขา คนเช่นนี้ ไม่สมควรสร้างความแค้นด้วย”
“ก็แค่เจ้าคนบ้ากามคนหนึ่ง ออกบ้านยังต้องพาหญิงงามมาด้วย เห็นได้ว่าไม่ใช่คนร้ายกาจอะไรนักหรอก” ชายในชุดหรูพูดอย่างไม่เห็นด้วย เขาเอาแต่คิดถึงหญิงงามในชุดสีแดงคนนั้นไม่หยุด
“ผู้หญิงคนนั้นช่างงามนัก เหมือนเทพธิดาชั้นฟ้าอย่างไรอย่างนั้น หญิงงามที่เคยเจอมาเทีย