บนางไม่ได้เลยแม้แต่น้อย คนงามเช่นนั้นกลับต้องไปอยู่กับผู้ชายแบบนั้น ช่างเสียของจริงๆ”
ชายวัยกลางคนสองคนอดยิ้มอย่างขมขื่นไม่ได้ คุณชายคนนี้ช่างไม่มีสมองเอาเสียเลย ก็บอกแล้วว่าคนแบบนั้นไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน แต่ก็ยังพร่ำเพ้อถึงหญิงงามชุดแดงอยู่อีก ช่างขวัญกล้าเทียมฟ้าเสียนี่กระไร!
กลับมาถึงจวน ทั้งสองไปรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นกับผู้นำตระกูลก่อน พอผู้นำตระกูลหลูได้ยินที่พวกเขาเล่า ก็เอ่ยขึ้นอย่างครุ่นคิดว่า “พวกเขาอาศัยอยู่ในแถบนั้นได้ เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่คนธรรมดา ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็ให้สั่งคนให้ทำรถม้าชดใช้ให้พวกเขาเสีย”
“ขอรับ” ทั้งสองรับคำ ก่อนจะถอยออกไป
พอพวกเขาออกไปแล้ว ผู้นำตระกูลหลูเอามือไพล่หลังอย่างครุ่นคิด ก่อนจะออกคำสั่งว่า “ไป! ไปสืบประวัติของพวกเขามา”
“ขอรับ” องครักษ์เงาในที่ลับรับคำ ก่อนจะโฉบตัวออกไป
ในอีกด้านหนึ่ง เซวียนหยวนโม่เจ๋อพาเฟิ่งจิ่วมาที่หอขายยาที่ใหญ่ที่สุดของเมือง เขาเดินดูข้างในเป็นเพื่อนนาง เถ้าแก่ของหอขายยาคอยเดินตามและอธิบายให้ฟัง ยุ่งอยู่กว่าครึ่งวัน สุดท้ายทั้งสองก็กลับออกไปโดยไม่ซื้ออะไรสักอย่าง เถ้าแก่อดที่จะตะลึงงันไมได้
………………………………….