ได้ ด้วยเหตุนี้ หลัวอวี่จึงเอารถม้าไปจอดเทียบไว้ข้างถนน ก่อนจะรายงานสองคนที่อยู่ข้างในว่า “นายท่าน เจ้าตำหนัก ข้างหน้าเหมือนมีคนกำลังสู้กันอยู่ รถม้าวิ่งผ่านไม่ได้ขอรับ”
“อ้อมไปไม่ได้หรือ” เซวียนหยวนโม่เจ๋อถาม
“หอขายยาที่ใหญ่ที่สุดในเมืองอยู่ข้างหน้านี้แล้ว ต้องผ่านถนนเส้นนี้เท่านั้นจึงจะไปที่นั่นได้” หลัวอวี่ที่สำรวจเส้นทางมาก่อนแล้วตอบคำถาม
“ในเมื่อเป็นอย่างนี้ เช่นนั้นก็รอก่อนเถอะ!” เซวียนหยวนโม่เจ๋อบอก เขาเองก็ไม่ได้รีบร้อน จึงนั่งดื่มชากินของว่างกับเฟิ่งจิ่วอยู่ในรถม้า
ตอนที่ได้กลิ่นหอมที่โชยเข้ามาจากข้างนอก เฟิ่งจิ่วเลิกผ้าม่านมองออกไป ก่อนจะพูดกับเหลิ่งหวาว่า “เหมือนข้าจะได้กลิ่นหอมของเกาลัด เจ้าไปดูว่าที่ไหนมีขาย แล้วซื้อกลับมาหน่อย”
“ได้” เหลิ่งหวารับคำ ก่อนจะหันไปมองรอบๆ ก่อนเห็นว่าตรงมุมถนนมีชายชราตั้งแผงลอยขายอยู่ จึงเดินไปซื้อกลับมา แล้วยื่นให้เฟิ่งจิ่วที่อยู่ข้างใน
เสียงต่อสู้กันดังมาจากข้างหน้า ได้ยินเสียงกระทบกันของกระบี่และดาบรางๆ พวกเขาไม่ได้ออกไปดูอย่างอยากรู้อยากเห็น เพียงนั่งกินของว่างอยู่ในรถม้าต่อไป แต่กลับนึกไม่ถึงว่าการต่อสู้ด้านหน้าจะดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนที่รุมล้อ