ิงเฉิงก็นั่งขนาบซ้ายขวา เหลิ่งหวา กับพวกฮุยหลางเดินตามอยู่สองฝั่งของรถม้า พวกเขาแต่งกายไม่ธรรมดา หน้าตาโดดเด่น แม้จะก้าวเดินด้วยฝีเท้าเร่งรีบ ก็ยังดึงดูดสายตาของคนจำนวนมากอยู่ดี
ระหว่างที่มุ่งหน้ายังจวนหลังนั้น รถม้าเคลื่อนผ่านซอยๆ หนึ่ง เห็นสองฟากฝั่งเต็มไปด้วยจวนหรูหราตั้งตระหง่านดังว่าจริงๆ และในซอยเส้นนี้ก็ไม่ค่อยมีคนภายนอกเดินเพ่นพ่าน
“ที่นี่เรียกได้ว่าแยกออกมาจากที่อื่นเลยทีเดียว อยู่ในเขตร่ำรวยของเมืองนี้ เงียบสงบดีจริงๆ” เฟิ่งจิ่วว่า ก่อนจะปล่อยม่านรถม้าที่นางเลิกขึ้นเพื่อดูข้างนอกลงมา
“จวนที่ซื่อเชวียสั่งให้คนหาให้ ไม่น่าจะแย่หรอก” เซวียนหยวนโม่เจ๋อเอ่ยขึ้น เขาหยอกเล่นกับห้าวเอ๋อร์ ก่อนพูดอีกว่า “เจ้าว่า ห้าวเอ๋อร์เป็นลูกหลานของตระกูลใดกันนะ?”
เฟิ่งจิ่วมองห้าวเอ๋อร์ในอ้อมแขนของเขาที่กำลังกะพริบตาปริบๆ ฟังพวกเขาพูดคุยกันอยู่ ก่อนยิ้มบอกว่า “ต้องไม่ใช่ตระกูลธรรมดาแน่นอน”
ทั้งสองพูดคุยกันอยู่บนรถม้า เมื่อมาถึงก็รู้สึกว่าระยะทางไม่ได้ไกลมาก พอรถม้าหยุดจอด พวกเขาก็รู้ทันทีว่ามาถึงหน้าจวนแล้ว
“นายท่าน มาถึงแล้ว” หลัวอวี่บอก เขาเลิกผ้าม่านขึ้น เหลิ่งซวงเข้ามารับห้าวเอ๋อร์ไปจากเซวี