าตุสองคนที่ลุ่มหลงมัวเมาอยู่กับยาก็ยังดูออกเลย”
“หลายปีมานี้สำนักมารก่อกรรมทำชั่วไปทุกทิศอย่างอุกฉกรรจ์ แม้ทุกปีจะมีสายเลือดใหม่ๆ เข้ามาในสี่สำนักเซียนไม่ขาดสาย แต่น่าเสียดายที่ไม่มีใครมีพรสวรรค์อันโดดเด่น ยามนี้คนจากสี่ส สำนักเซียนใหญ่ที่ติดอันดับก็มีเพียงหนึ่งร้อยคนเท่านั้น กอปรกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อและเฟิ่งจิ่วผู้ที่เป็นดุจหงส์และมังกรในฝูงชนปรากฏตัวขึ้นมา แต่พวกเรากลับไม่อาจดึงมาเป็นพวก กได้ ท่านเซียนจะกลัดกลุ้มก็ไม่ใช่เรื่องแปลก”
อีกคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมาว่า “ที่จริงพวกเขาสองคนรับซื่อเชวียกับมู่ซินเป็นศิษย์ ก็ไม่อาจกล่าวได้ว่าไม่เกี่ยวข้องกับสำนักของเราเลย ข้าคิดว่าหากภายหน้าเกิดอะไรขึ้นจริงๆ หากเ เราเอ่ยปาก พวกเขาจะต้องมาช่วยอย่างแน่นอน”
“หากอยากได้การช่วยเหลือจากพวกเขาในภายหน้า เช่นนั้นตอนนี้ก็ต้องทำให้พวกเขายอมรับน้ำใจจากสำนักของเราเสียก่อน เพียงแต่วันนั้นมีผู้อาวุโสทำให้พวกเขาลำบากใจ ซึ่งท่านเซียนก็ไม่ไ ได้ห้ามปรามแต่อย่างใด เกรงว่า…”
พวกเขาได้ฟังดังนั้นก็ขมวดคิ้ว อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ “บางทีอาจเพราะเรื่องนี้ ท่านเซียนจึงได้ฝากฝังความหวังไว้ที่ซื่อเชวียกับมู่ซิน”
เอ่ยจบ พวกเขามองหน้ากันอย่