ิ่วบอก ก่อนจะใช้พลั่วขุดอย่างระมัดระวังต่อ นางจะย้ายดอกเจ็ดใบเพลิงนี่ไปปลูกในห้วงมิติของน นาง วันหน้าค่อยหาเวลาเอามันมากลั่นยา หากนางกินยานั้นเข้าไป ธาตุไฟในร่างกายจะต้องเพิ่มขึ้นเป็นแน่
“ท่านบรรพจารย์ นี่เป็นถึงเส้นชีวิตของท่านอาจารย์เชียวนะ…” ลูกศิษย์ผู้น่าสงสารคร่ำครวญอยู่ตรงนั้น
เฟิ่งจิ่วหันไปตำหนิ “เหลวไหล! เส้นชีวิตของอาจารย์เจ้าห้อยอยู่ที่เป้ากางเกงของเขาโน่น!”
“พรวด!”
หวันเหยียนเชียนหวาที่ได้ยินอดหลุดขำออกมาไม่ได้ นางหัวเราะเสียงดัง อิริยาบถงดงามดุจดอกไม้เบ่งบาน พอกลั้นหัวเราะได้อย่างยากลำบากก็ยกมือขึ้นกดหน้าอก และอีกมือหนึ่งปาดน้ำ ำตาที่หางตา ก่อนจะค้อนเบาๆ ด้วยรอยยิ้มว่า “เสี่ยวจิ่วเอ๋อร์ ทำไมเจ้าร้ายเช่นนี้ หากผู้อาวุโสซื่อเชวียได้ยินเข้า ต่อไปจะกล้าปรากฏตัวต่อหน้าเจ้าได้อย่างไร”
เฟิ่งจิ่วยิ้ม “ข้าร้ายเสียที่ไหนกัน ข้าแค่พูดความจริงเท่านั้น! ศิษย์ตัวน้อยคนนี้ต่างหากที่ร้าย กลับมาบอกข้าว่ายาทิพย์ต้นนี้เป็นเส้นชีวิตของอาจารย์เขา นี่พูดจาเหลวไหลช ชัดๆ ไม่ใช่หรอกหรือ”
“ท่านบรรพจารย์ ศิษย์ไม่ได้พูดเหลวไหล นี่เป็นเส้นชีวิตของท่านอาจารย์จริงๆ” ศิษย์ผู้น่าสงสารพูดติดอ่าง
………………………………….