่นตำราให้เขา
เซวียนหยวนโม่เจ๋อรับไป ก่อนถามว่า “พวกเขาที่อยู่ในห้วงมิติของเจ้าจะฟื้นขึ้นมาเมื่อใด”
“เรื่องนี้ไม่ต้องเป็นห่วง ข้าใช้เข็มเงินแทงที่จุดลมปราณไว้ พวกเขาไม่ฟื้นขึ้นมาหรอก แต่ห้าวเอ๋อร์นั้นตอนหัวค่ำต้องอุ้มเขาออกมาป้อนอาหารหน่อย เขาจะได้ไม่หิว”
“ท่านบรรพจารย์” เสียงสองเสียงดังมาจากข้างนอก
เมื่อได้ยินเสียงจากข้างนอก สองคนที่อยู่ในถ้ำก็มองหน้ากัน ก่อนที่เซวียนหยวนโม่เจ๋อจะนั่งลงที่โต๊ะ ส่วนเฟิ่งจิ่วเดินออกไปดู พอมาถึงข้างนอกก็เห็นศิษย์หนึ่งหญิงหนึ่งชายในชุ ดสีเขียวยืนอยู่ ในมือยกของบางอย่างมาด้วย
เฟิ่งจิ่วมองแวบหนึ่ง ทั้งสองอายุประมาณสิบสามสิบสี่ปี เด็กชายหน้าตาเฉลียวฉลาด เด็กหญิงหน้าตางดงาม ใบหน้ายังคงมีความอวบอิ่มเหมือนเด็กน้อย ดูแล้วน่ารักน่าชังยิ่งนัก
“ท่านบรรพจารย์” ทั้งสองเห็นเฟิ่งจิ่วออกมาก็รีบคารวะอย่างนอบน้อมพร้อมขานเรียก ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “ท่านอาจารย์ให้ศิษย์ทั้งสองเอาอาหารมาส่งให้พวกท่าน”
“อืม เข้ามาเถอะ!” เฟิ่งจิ่วเอ่ย ก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าไป
ศิษย์ตัวน้อยสองคนเดินตามเข้ามาข้างใน ครั้นเห็นว่าข้างในยังมีชายชุดคลุมสีดำนั่งอยู่อีกคน ก็คารวะอีกครั้ง “ศิษย์คารวะท่านบรรพจารย์”